Fic

HapPy NeW YeaR\อัพJ-Trend/S&M#6

posted on 04 Jan 2008 16:21 by luciikuff  in Cosplay, Fic

HaPpY NeW YeAr~~~!!!!!

สวัสดี~สวัสดีปีใหม่ เอาหัวใจมาสวัสดีกัน~~~สวัสดี~~ดี ดี๊ ดี~~ >[]

 

ขึ้นมาด้วยบทเพลงของพี่ (ลุง?) เบิร์ด ธงไชยMcอินไตย .....ก็ทราบได้ถึงอายุกันเลยทีเดียว ฮา....

เป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย???? ปีใหม่ใครไปไหนมาบ้าง??? ถามช้าไปเนอะ? เอาเสียกลับมากับแล้วนี่ ฮือ... ความจริงช่วงปีใหม่วางแผนไว้เยอะแยะเลย ว่าจะไปแอ่วบ้าน LinE V. ก็ดันไปไม่ได้อีก เนื่องจากเวลาที่ใช้ในการเดินทางมันยาวนานมากกก  5 ชั่วโมง เชียวแน่ะกว่าจะถึงเชียงใหม่ แล้วแถมถ้าไปก็คงอยู่เที่ยวกับมันได้ไม่นาน....Saddddd~ แล้วตัดสินใจไว้ไปอีกทีตอนปิดเทอม ถ้าคนอื่นๆว่างและตัวเองว่างอย่างเต็มที่ก่อน!

** ปีนี้ขอให้เด็กๆสุขภาพแข็งแรง งานมา เงินมี เพื่อนดีๆ เกรดแข็งแรง นะจ้ะ!! ...ด้วยความปราถนาดีจาก ค้างคาวแก่คาบไปร์ท **

------------------------*-------------------------

เก็บตกงาน J - Trend จ้า~~~!!!

 

รูปน้อยมากกก ฮา... เนื่องจากกล้องใช้ของเพื่อน หนู๋ KazE (คนที่คอสRenji) แล้วแถมยังงี่เง่าลืมเอาแฮนดี้ไดรฟ์ไปอีก เฮ้อออ......

เร็นจี้~~~~หนู๋KaZe ค้าบบบ

แอคหลุดไปตามๆกัน เมื่อยมากรูปนี้ ฮา~.... ตากล้องมันแกล้งจะกดก็ไม่กด

แก็งค์ Reborn มากันยกทีมแต่ได้มารูปเดียว เครียด เหอๆ.....

มุคุโร่ มาเดี่ยว แถมแว่นอีก อร้ากกกก~~~~คลั่ง!!!

ภาพลับ! ลวนลามเฮียเคมปาจี้!! ขย้ำกันอยู่สองคนกับหนูชูเฮย์

โฮกกกก~~~~ลุปปี้ น่าร้ากกกกกกก น่าร้ากกกมากกกกก คลั่งและเคลิ้มพร้อมๆกัน

กรรมกรแบกหามมม.....*มือนั่นท่านพี่เบียะกำลังจะแขวนเร้นจี้ คือพี่เขาเอามาส่วนตัว ฮา*

แม้ยามหลับ ยังละเมอถือดาบ......สปิริตแรงกล้า ฮา...

หนุกหนานกันมากมายเลยทีเดียว....หนู๋ Wish (คนที่คอสShuhei) ให้ความร่วมมือมากกก ฮา...ขอบใจสำหรับฉากเซอร์วิสนะจ้ะ! แล้วที่ต้องThx มากๆก็คือ หนู๋ ปัน Make-Up Artist ส่วนตัวของหนู๋Wish ที่กรุณาชวยแตงให้ลุงด้วยนะจ้ะ ฮาา *กอดดด* วันนั้นเจอ Daiong ด้วยละ ฮา!~~~เนื่องจากกล้องที่ใช้อยู่ไม่ได้ถ่ายมาเลยจึงสะแด่วแห้ว! คืนนั้นเร็นจี้กับหนูชูเฮย์ เถียงกันใครจะหิ้ว อุลคิโอร่า กลับไปค้างบ้าน ถกกันได้พัก ตกลงที่บ้าน เร็นจี้ ขอบคุณมากนะฮ้าบบบ~~~~>[]

------------------------*-------------------------

** คราวที่แล้วเบี้ยวไป...คราวนี้  โหด โฉดสุดจิต พิเศษ 2 Chapter อันที่จริงเรื่องนี้เคยพิมพ์จบไปแล้ว แต่หลังจากที่ทำรายงาน ‘อาการทางจิต' เสร็จก็รู้สึกอยากพิมพ์ใหม่ ลุงจึงลบซะเหี้ยนแล้วนั่งพิมพ์ตอนนี้ใหม่!~ใช้ความพยายามอย่างแรงกล้าเลยนะเด็กๆ ยาวววววววมาก!.....Enjoy! **

 

School & Mythstory

Lesson # 6 : Master & His Apprentice.

Pairing : L. KuFF x Angelo

Summary : มีเพียงคนบ้าเท่านั้นที่จะสร้างคนที่บ้ายิ่งกว่าออกมาได้...

Warning   : Nc-17 ( Violent scenes / Rape in the last chapters)

Chapter 1 : The cage.

----------------------------------------------------------------------------------------------

"ชั้นออกไปได้เมื่อไหร่ แกไอ้สารเลว....ฉันจะฆ่าแก...แล้วฉีกแกเป็นชิ้นๆ!!!..."

 

เชื่อหรือไม่ว่านี่ออกมาจากปากของเด็กสุดเรียบร้อยของปี2 ห้อง1 แล้วตามมาติดๆด้วยเสียงสบถด่าทอ ล่อบรรพบุรุษอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน

 

แองเจโล่นั่งพิงกำแพงอย่างเหนื่อยอ่อน ศีรษะอิงกับไหล่ตัวเองดวงตาสีม่วงปิดสนิท  ผมสีน้ำตาลอ่อนพันยุ่ง เยิ้มไปด้วยเหงื่อปรกหน้าปรกตา เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยอ่อน นี่ก็ปาเข้าไปสามวันแล้วหลังจากที่ถูกโยนเข้ามาในไอ้กล่องคอนกรีตที่ดูเหมือนห้องเก็บของนี่ ตื่นมาก็นอนอยู่กลางห้องนรกนี่ไม่มีคำอธิบาย ทักทาย หรือเหตุผลที่ต้องเข้ามา

 

แต่เด็กหนุ่มรู้ดีว่าใครเป็นคนจับเขามา  ลูซิเฟลโล่ คุฟฟ์ ไอ้อาจารย์สอนภาษาอังกฤษสุดโฉดนั่น

 

ห้องคอนกรีตนี่ร้อนหยั่งกับนรก นอกจากนั้นยังมีเพียงแค่หน้าต่างระบายอากาศช่องเล็กๆที่กั้นด้วยซี่กรงเหล็กกล้าแล้วหุ้มด้วยตาข่ายเหล็ก กับประตูเหล็กสีดำที่ระบบล็อคเป็นแบบวาล์วเหล็กบิดเปิดจากด้านนอก....ตอนนี้เด็กหนุ่มถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสิ้นเชิง

 

"....ชั้นจะต้องออกไปให้ได้....ออกไปให้...ได้..."เสียงของเด็กหนุ่มแหบพร่าดังจากจอกล้องวงจรปิดที่เขาติดไว้เพื่อสังเกตอาการ คุฟฟ์ยิ้มบางๆ เขาไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มตายจนกว่าจุดมุ่งหมายของเขาจะบรรลุ

 

คุฟฟ์วางเอกสารที่อ่านอยู่ ดวงตาตวัดไปมองเด็กหนุ่มในจอ ดูท่าเขาคงจะต้องไปเยี่ยมพ่อนกน้อยนั่นเสียทีแล้ว เพราะถ้าหากเขายังรั้นทิ้งแองเจโล่ไว้ในห้องร้อนๆนั่นนานกว่านี่อีกซักวัน เด็กหนุ่มจะต้องตายเพราะอาการขาดน้ำอย่างแน่นอน ยิ้มขึ้นบางๆอีกครั้งก่อนจะลุกและเดินออกไปจากห้อง ตรงไปที่ห้องที่เคยเป็นห้องเก็บของแต่ตอนนี้เก็บเจ้านกป่าตัวนั้นไว้

 

เสียงบิดจากการเสียดสีของล็อคที่ถูกบังคับเปิดดึงสติของแองเจโล่กลับมาแต่เด็กหนุ่มยังไม่ลืมตาขึ้น ใจหมายจะให้ทั้งหมดนี่เป็นเพียงฝันร้าย ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆและหยุดตรงหน้า

"สายัณห์สวัสดิ์...แองเจโล่,...ลุกได้แล้ว!"เสียงทุ้มนุ่มของอาจารย์ดังขึ้น คำสั่งเรียบๆเด็กหนุ่มไม่ตอบสนอง เขาเพียงแค่ถอนหายใจและหันหน้าหนีไปอีกทาง คุฟฟ์มองเด็กหนุ่มอยู่พักหนึ่ง

 

"...บอกให้ลุกขึ้น!"เสียงทุ้มเรียบสั่งอีกครั้งเสียงตวัดขึ้น คราวนี้เด็กหนุ่มค่อยๆยันตัวกับกำแพงพยุงตัวเองขึ้น ยืนโซเซเล็กน้อย ดวงตาจ้องมองที่พื้น  "ตามมา...." ชายหนุ่มสั่งและเดินนำออกไป แองเจโล่เดินโซเซตามอย่างรีบร้อน ถึงตามไปแล้วจะเจออะไรอีกก็ไม่สนแล้ว เพราะในตอนนี้เด็กหนุ่มเพียงแค่อยากออกไปจากห้องนรกนี่ให้ไวที่สุดเท่านั้น

 

คุฟฟ์เดินนำมาถึงอีกห้อง ห้องโถงกว้างกลางห้อมมีโต๊ะตัวใหญ่ตั้งตระหง่านและเก้าอี้เข้าชุดอยู่อีกตัว เด็กหนุ่มเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ คุฟฟ์เพียงพยักหน้าบอกให้ไปนั่ง บนโต๊ะมีแก้วน้ำใบใหญ่วางอยู่ แองเจโล่นั่งลงที่เก้าอี้และมองแก้วน้ำด้วยสายตาระแวง

 

"ถ้าเป็นฉัน ฉันจะดื่มซะ....เพราะไม่รู้ว่าจะได้ดื่มอีกทีเมื่อไหร่" จบคำมือเรียวของเด็กหนุ่มคว้าแก้วไปกระดกอย่างกระหาย ดื่มอึก อึก อึก รวดเดียวหมดแก้ว และวางแก้วลงที่โต๊ะช้าๆ

 

"...ต่อไปก็ไปอาบน้ำ" คุฟฟ์สั่งและโยนผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมหัวเด็กหนุ่ม แล้วก็ฉวยที่ต้นแขนของแองเจโล่ลากเข้าห้องอาบน้ำที่อยู่ห้องข้างๆ

 

"อ๊าาา~~~!!!!"แองเจโล่ร้องเสียงดังเมื่อน้ำเย็นเฉียบสัมผัสร่างกาย ดวงตาสีม่วงตวัดวูบมองหน้าชายหนุ่ม

 

"ที่นี่ไม่มีเครื่องปรับน้ำอุ่น...เสียใจด้วย" ว่าแล้วก็ฉีดน้ำเข้าไปอีกโครมใส่แองเจโล่ เด็กหนุ่มฟันกระทบกันดังกึ่กๆ ปากซีด ยื่นกอดตัวเองนิ่ง ชายหนุ่มขัดใจพับแขนเสื้อตัวเองขึ้น คว้าสบู่และจัดแจงจะอาบให้ แองเจโล่สะดุ้งโหยงร้องลั่น

 

"ฉันทำเองได้!!!!"

 

"...งั้นก็ถูสบู่เองให้เรียบร้อย ฉันไม่ชอบอะไรที่มันยืดยาด" เขายัดสบู่ใส่มือแองเจโล่แล้วถอยไปยืนที่ประตู แองเจโล่ชักสายตามองตามอย่างขัดใจ หลังจากเกือบขาดน้ำตายในไอ้กล่องนรกนั่นก็ต้องหนาวตายงั้นสิ?

 

"ขอความเป็นส่วนตัวหน่อยได้ไหม?"เด็กหนุ่มถาม อีกฝ่ายนิ่งเงียบเขม็งกลับแปลว่า ไม่ ร่างบางยังยืนนิ่งอยู่อย่างท้าทาย คุฟฟ์ทำท่าขยับเข้าไป อีกฝ่ายก็ร้องห้ามและเริ่มอาบน้ำเอง

 

"....ทำไมต้องเป็นฉัน!?"เด็กหนุ่มถามเสียงเบาเกือบไม่ได้ยินเพราะเสียงน้ำที่กระทบพื้นกลบ แต่อีกฝ่ายยักไหล่ก่อนตอบเสียงเรียบ

 

"ยังไม่จำเป็นต้องรู้"

 

"บ้าบอ!! แกขู่ฆ่าครอบครัวฉันโดยที่ไม่บอกเหตุผลที่จับฉันมาเนี่ยนะ!!?"เด็กหนุ่มตวาดเสียงกร้าว "แกคิดว่าฉันจะยอมทำตามคำขอของอกง่ายๆหรือไง!! สารเล....!!!"ยังมิทันจบคำด่าหลังมือก็ฟาดเปรี้ยงเข้าไปเต็มกราม ร่างเล็กถลาวูบชนกับผนังยะเยือกของห้องน้ำ ดวงตาสีม่วงเบิกกกว้างมองผู้ลงมืออย่างตกใจ

 

"ต่อไปนี้ ทุกครั้งที่มีคำสบถหรือด่าทอ แองเจโล่...เธอจะต้องถูกลงโทษ" ชายสูงวัยกว่าประกาศข้อบังคับแรกและมองเด็กหนุ่มด้วยดวงตาสีแดงอย่างไร้อารมณ์ เขาไม่ได้เกลียดเจ้านกน้อยตัวนี้ แต่ถ้าไม่ฝึกเสียบ้างมันจะเป็นปัญหาภายหลังได้  แองเจโล่อ้าปากที่เถียงกลับแต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงไปทันทีเมื่อชายหนุ่มขยับตัว

 

"สงสัยเหรอว่าฉันจับเธอมาทำไม...." เด็กหนุ่มพยักหน้า มือบางลูบแก้มช้ำของตัวเองเบามือ

 

"จัดการนี่ให้เสร็จแล้วจะบอกอีกทีตอนอาหารค่ำ..." ร่างสูงก้าวถอยหลังไปอยู่จุดเดิม มองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่บอกว่า เอาจริงแน่ถ้ายังชักช้า ทำให้เด็กหนุ่มกระวีกระวาดมาล้างคราบสบู่ออกโดยไม่สนใจเสื้อผ้าที่เปียกปอน

 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแองเจโล่เดินตามคุฟฟ์ออกมาข้างนอก ร่างบางสั่นสะท้าน ที่นี่ช่างเย็นอย่างร้ายกาจ เรียกได้ว่าหนาวเลย บรรยากาศก็มืดทึมดูยังไงก็ไม่น่าจะมีอะไรอาศัยอยู่ได้ แถมกลิ่นสาบนั่นอีก สาบของเน่าผสมกับเลือดและสัตว์ป่าจางๆ ที่นี่ช่างน่าสะอิดสะเอียนเป็นที่สุด

 

"เปลี่ยนมาใส่นี่แล้วกัน" อาจารย์โฉดนั่นส่งเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ ประกอบด้วยเสื้อที-เชิ้ตทีเทา กางเกงยีนส์สีดำ บ็อกเซอร์สีดำและถุงเท้าสีดำ แองเจโล่รับมาและสังเกตุเห็นรอยอะไรบนเสื้อ มือบางลูบดูก็ต้องทิ้งของทั้งหมดลงพื้น เลือด!! คราบเลือดแห้งกรังอยู่บน อกเสื้อ

"ใส่ซะ...อย่าให้ความอดทนอันแสนมีค่าของฉันหมดลง" ชายหนุ่มสั่งเรียบๆ แองเจโล่ส่ายหัวและค่อยๆถอยหลังช้าๆดวงตาสีม่วงจับจ้องอยู่ที่ผู้ที่ลักพาตัวตรงหน้าอย่างพรั่นพรึง สติแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หมอนี่กำลังจะฆ่าเขา หมอนี่กำลังจะฆ่าเขาแน่ๆ...เขากำลังจะตาย!!

 

"ไม่ใส่งั้นหรอ?...." แองเจโล่ส่ายหัวพลัน ริมฝีปากยกค้างจะท้วงแต่ก็ไม่ทันมือใหญ่คว้าต้นแขนเขาลากไปอีกห้อง  แองเจโล่เริ่มว้าวุ่นเมื่อสายตาดาดไปเห็นห้องร้อนที่เพิ่งออกมาได้ ภายในหัวร้องอย่างกับคนบ้า อย่าพาเขากลับไปที่ห้องนรกนั่นอีกเลย ขอร้อง อย่าไปที่นั่นอีก ได้ผลทั้งสองเดินและอีกคนถูกลากผ่านไป ไปจบที่ห้องเล็กสุดทาง

 

ห้องนี่ต่างจากห้องร้อนตรงที่มันเป็นห้องเก็บของมีตู้ล็อคเกอร์หลังเล็กตั้งอยู่เพียงอย่างเดียว  หมอนี่จะทำอะไรเขา? คำถามผุดขึ้นมาเมื่อเห็นคุฟฟ์เดินไปที่ตู้ ในนั่นมีอาวุธหรือเปล่า!!? หมอนั่นกำลังจะหยิบอาวุธออกมาฆ่าเขา!!? แองเจโล่ยื่นมองตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาตายแน่!

 

แต่ก็ไม่ใช่เมื่อคุฟฟ์เปิดล็อคเกอร์ออกมาแองเจโล่เห็นของมากมายวางอยู่เต็ม และชายหนุ่มกำลังกวาดมันลงจากชั้นอย่างไม่แยแส เมื่อของในชั้นเริ่มน้อยลง แองเจโลเริ่มจะรู้ว่าอะไรจะตามมาต่อไป เด็กหนุ่มร้องออกมาเบาๆและขยับถอยห่างแต่ไม่เร็วพอที่คุฟฟ์จะคว้าไม่ทัน เขาจับอกเสื้อเปียกชุ่มของเด็กหนุ่มเหวี่ยงเข้าไปในตู้แล้วปิดประตู แองเจโล่ร้องและอาละวาท ยกมือจับที่ขอบตู้เพื่อจะส่งตัวออก คุฟฟ์เห็นจึงเหวี่ยงประตูปิดโครมกระแทกเขาไปที่นิ้วของแองเจโล่ เด็กหนุ่มชักมือกลับ "อ้ากก~~!!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเด็กหนุ่มไม่ได้ทำให้เขาชะงักและประตูก็ปิดลง...

 

เสียงทุบภายในตู้ดังระรัว พร้อมด้วยเสียงโวยวาย "คุฟฟ์!!!....แก!!......ปล่อยชั้น!!!" ไม่มีเสียงตอบจากเจ้าของชื่อ "ปล่อยซีวะ!!!....แก...ไอ้สารเลว!!!....แกมันชั่วที่สุด!!!!...ปล่อย!!!!!~" เสียงฝีเท้ากำลังก้าวออกห่าง "คุฟฟ์?.....ลูซิเฟลโล่ คุฟฟ์~~~~!!!"ไม่มีเสียงตอบกลับและฝีเท้าก็หายออกไปจากห้อง

 

ในตู้มืดสนิท แถมไอ้ตู้เฮงซวยนี่ก็สูงกว่าเขาไม่เท่าไหร่ ขนาดก็พอดีๆกับตัว ทำให้เด็กหนุ่มดิ้นไม่ได้ หลังจากที่คลั่งอยู่ซักพัก แองเจโล่ก็พยายามสงบจิตใจตัวเองลง หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ.....ดีขึ้น.....หัวใจที่เคยเต้นถี่รัวก็ค่อยๆผ่อนลงกลับสู่ความเร็วปกติ ใจเย็นๆแองเจโล่ เด็กหนุ่มบอกตัวเอง อดทนไว้จนกว่าหมอนั่นจะกลับมา มันไม่มีทางปล่อยให้เขาตายแน่.....

 

 หัวเราะหึ ในลำคออย่างย่ามใจ แต่ก็ได้ไม่นานเมื่อเด็กหนุ่มเริ่มหายใจติดขัด เหงื่อเม็ดโตเริ่มผุดพราย แล้วไหลลากลงตามแก้ม ดวงตาเบิกโพรงในความมืด อากาศอันมีค่ากำลังจะหมดลง

 

คุฟฟ์ก้มมองนาฬิกาข้อมือตนเอง ผ่านไปได้พักหนึ่งแล้ว คงพอได้แล้ว เขารู้ดีว่าตู้เหล็กนั่นมีอากาศอยู่ไม่เท่าไหร่ ถ้าปล่อยเจ้านกป่าของเขาไว้ในนั้นต่อไปคงไม่ต้องแผนอะไรต่อไปแน่ รองเท้าหนังบดลงกับพื้นคอนกรีต ส่งเสียง กึก กึกเวลาเดิน ดวงตาสีแดงมองตู้พักหนึ่ง ต้องเว้นระยะไว้เสียหน่อย แองเจโล่อาจพุ่งตัวสวนออกมาแล้วพยายามหนีได้ ถอนหายใจเบาๆมือใหญ่ค่อยๆเอื้อมไปเปิดประตูตู้ช้าๆ ร่างใหญ่เตรียมคว้าเด็กหนุ่มที่อาจสวนออกมาแต่แล้ว ก็ต้องแปลกใจที่เด็กหนุ่มไม่มีการต่อต้านอะไร อันที่จริงเขาเกือบหมดสติเพราะขาดอากาศด้วยซ้ำ ดวงตาสีเลือดมองร่างสั่นเทาของเด็กหนุ่มทรุดฮวบออกจากตู้เหล็กลงไปคุกเข่าสูดอากาศอย่างบ้าคลั่ง

 

"...ร...เล..ว..." เสียงสบถดังลอดออกมาเบาๆกับการหอบ คุฟฟ์ขยับช้าๆ ยกขาสวนเข้ากลางลำตัวเด็กหนุ่มอย่างแรง ส่งผลให่แองเจโล่ร้องอุ่บ เสียงดัง และลงไปกองที่พื้นมือโอบกุมท้องตนไว้อย่างทรมาน

 

"...ฉันเตือนเธอไปแล้วนะแองเจโล่..."หยุดไปพักนึงมองเด็กหนุ่มที่ตัวสั่นจากอาการจุก "รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามมา!" แองเจโล่เห็นกองเสื้อผ้าที่ถูกโยนลงมา ยีนส์และเสื้อผ้าเปื้อนเลือดแห้งกรัง เด็กหนุ่มหลับตา สูดหายใจเข้าลึกเท่าที่จะทำได้ ยันตัวลุกขึ้นนั่งและถอดเสื้อเปียกโชกทีใส่อยู่เหวี่ยงไปข้างตัว หยิบเสื้อสีดำสวมเข้าหัวจัดให้เรียบร้อย และกำลังจะถอดกางเกงก็ชะงัก ใบหน้าซีดเงยขึ้นมองชายอีกคน แองเจโล่ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวแต่จะให้ถอดต่อหน้าคนอื่นแล้วยิ่งเป็นไอ้หมอนี่อีก เขาถอนหายใจและเอ่ยเสียงเบา

 

"หันไปหน่อยได้ไหม..." คุฟฟ์เลิกคิ้วขึ้นกับคำขอ มองเด็กหนุ่มพักหนึ่งแล้วเหวี่ยงตัวหันหลังให้แองเจโล่เงียบๆ ว่าแล้วก็รีบจัดแจงถอดและใส่อย่างรวดเร็ว "เสร็จแล้วใช่ไหม...ตามมา"ชายหนุ่มออกเดินนำ  อันที่จริงเขาไม่กลัวว่าแองเจโล่จะวิ่งหนีออกไปได้ โกดังร้างนี่เหมือนเขาวงกตย่อมๆ เขาต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าจะรู้หนทาง หับห้องและแปลนหลักของที่นี่ บวกกับกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามทางเดินและห้องหลักๆแล้ว ไม่มีทางที่เจ้านกโชคร้ายตัวนี้จะบินหนีได้

 

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มวูบ ก่อนที่จะถูกฝึกให้เชื่องเจ้านกตัวนี้ต้องโดนหักปีกเสียก่อน รอจนกว่าเจ้านกปีกหักตัวนี้จะขอร้องให้เขาซ่อมปีกที่หักนี้ให้แล้วจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาถึงจะดำเนินได้ การหักปีกของนกที่เคยบินอย่างอิสระนี่แหละจะเป็นส่วนที่สนุกที่สุดของแผนการนี้ เขารู้ว่าแองเจโล่มีจิตใจที่แข้มแข็ง เจ้าเด็กนี่เสียพ่อแม่ไปต่อหน้าต่อตาด้วยการฆาตกรรมตั้งแต่เด็ก เหล่าบรรดาญาติก็ไม่ยอมปรากฏตัวเพื่อรับตัวไปดูแลจึงถูกส่งไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ห้าปีที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทำให้จิตใจของเด็กหนุ่มปิดสนิท ไม่สุงสิงกับใคร และเย็นชาจนคู่สามีภรรยาที่เพิ่งเสียลูกไปและยังทำใจกับการจากไปไม่ได้มาเพื่อขอรับเด็กไปรับเลี้ยง  คู่สามีภรรยานั้นเลือกแองเจโล่และเลี้ยงดูให้ความรักเด็กหนุ่มเหมือนลูกแท้ๆ ครอบครัวเล็กๆที่มีแต่ความสุข...จนมาพบกับเขาเข้า

 

โชคร้ายของแองเจโล่ แต่เป็นโชคดีของเขา

 

แองเจโล่เดินตามมาเงียบๆถึงห้องเดิมที่มีโต๊ะสีดำกลางห้อง ที่คุฟฟ์ให้เขาดื่มน้ำเมื่อครู่ คุฟฟ์ชี้ไปที่โต๊ะให้แองเจโล่ไปนั่ง เด็กหนุ่มทำตามเงียบๆ

 

"รอที่นี่....ฉันจะไปหยิบอะไรมาให้กิน"ว่าแล้วก็เดินออกไปอีกทาง ดวงตาสีม่วงกวาดมองห้องอย่างระแวง ห้องนี้มีเพียงสองประตูเท่านั้น คือประตูที่แองเจโล่เพิ่งเดินเข้ามาและบานที่คุฟฟ์เพิ่งเดินออกไป มันจะไปไหนต่อนั้นแองเจโล่ได้แต่คิดอยู่ในใจ ผ่านไปพักหนึ่ง อาจารย์โฉดนั่นยังไม่กลับมาแต่เด็กหนุ่มฟุบลงกับโต๊ะงีบหลับไปเรียบร้อย ช่างเป็นสัปดาห์ที่ยาวนานและสุดแสนจะเลวร้ายของแองเจโล่ เขาแทบไม่มีอะไนตกถึงท้องเลยตลอดสามวันที่ถูกจับมา อย่างหรูก็มีแอ๊ปเปิ้ลกับน้ำที่คุฟฟ์เอาเข้ามาวางในห้องนรกนั่นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ล่าสุดก็น้ำหนึ่งแก้วใหญ่เมื่อครู่ ดวงตาสีม่วงปิดสนิทไม่รับรู้สถานะภาพปัจจุบันรอบกายตน

 

คุฟฟ์กลัมาพร้อมถาดอาหารในมือ ปิดประตูเข้ามาอย่างเบามือเมื่อเห็นแองเจโล่ฟุบหลับอยู่ ริมฝีปากกระตุกยิ้มนิดหน่อย เขาเข้าใจว่าตลอดสามวันที่จับตัวเด็กหนุ่มมา เด็กหนุ่มไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างที่ร่างกายของเด็กวัยนี้ต้องการ แต่วันนี้ตารางเวลาของเขากับเจ้านกตัวนี้ยังมีอีกเยอะ สำหรับการนอนคงต้องพักไว้ก่อน

 

"ตื่น!"ชายหนุ่มเตะที่ขาเก้าอี้ ส่งผลให้แองเจโล่ดีดตัวขึ้นพรวด หัวกระแทกกับพนักพิงสูงของเก้าอี้อย่างแรง ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างอย่างหวาดระแวง มองตรงมาที่คุฟฟ์ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ มือเลื่อนวางถาดตรงหน้าเด็กหนุ่มเบามือ แองเจโล่มองของในถาดอย่างกลัวๆ มีจานที่ใส่อาหารที่เพิ่งอุ่นใหม่ๆไว้แล้วแก้วขนาดใหญ่ ที่ข้างในเป็นเหมือนนมปั่นมีกลิ่นวนิลาโชยออกมานิดหน่อย

 

"เอาเลย...ทุกอย่างปลอดภัยร้อยเปอร์" คุฟฟ์พูดแล้วเดินอ้อมด้านหลังเก้าอี้ไปยืนอีกฝั่งของโต๊ะ  แองเจโล่มองสับระหว่างคุฟฟ์ที่ยืนตรงข้ามแล้วก้มมองอาหารตรงหน้า ชายหนุ่มตรงข้ามหัวเราะอีกครั้งอย่างขบขัน

 

"ข้าวราดแกงสำเร็จกับโปรตีนเชค...เธอต้องการสารอาหารมาแทนที่เสียไปซักสองเท่าแองเจโล่...เธอผอมจนจะเหลือแต่กระดูกอยู่แล้ว" คุฟฟ์พูดเสียงเรียบผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ เด็กหนุ่มเบิกตากว้างตกใจ ไม่คิดว่าหมอนี่จะพูดอะไรยาวๆเกินเกินยี่สิบคำได้ด้วย!

 

"...อะไร? รีบกินซะก่อนที่มันจะเย็นหรือไม่ฉันก็เปลี่ยนใจเรื่องดินเนอร์ของเธอ" ไม่รีรอมือบางคว้าช้อนค่อยๆตักเข้าปาก แรกๆแองเจโล่ไม่กล้าทานมาก แต่เมื่อผ่านไปหลายคำรสชาติใช้ได้และท่าทางจะไม่ได้ใส่อะไรไว้ เด็กหนุ่มจึงทานและหมดอย่างรวดเร็ว คุฟฟ์มองเจ้านกน้อยของเขากินอย่างใจเย็นแล้วหัวเราะออกมาเมื่อมองตามสายตาเด็กหนุ่มไปหยุดที่แก้วใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างๆ

 

"It's ok,Angelo, Just a ‘protein shake'..." เสียงตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษตามวิชาที่ตนสอนของคุฟฟ์ น้ำเสียงร่าเริงปนขบขันเล็กน้อยเด็กหนุ่มเงยหน้ามองผู้ลักพาตัวตนอีกครั้งส่งสายตาแปลกใจให้

 

"เธอคงต้องใช้พลังงานอย่างมากเลยล่ะแองเจโล่....อีกอย่างเธอคงไม่ได้ไปจากที่นี่เร็วนัก"คุฟฟ์โน้มตัวมาข้างหน้ามือคว้าขอบโต๊ะ พูดเสียงต่ำและหรี่ตามองแองเจโล่  เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อกก่อนจะค่อยๆหยิบแก้วมาจรดริมฝีปากแล้วลองจิบดู

 

ไม่เลว...รสชาติคล้ายๆ...อืมม...วนิลา?.... แองเจโล่คิดขณะที่ค่อยเปลี่ยนจากจิบเล็กๆเป็นดื่มอย่างรวดเร็ว ไม่นานทุกอย่างก็หมดเรียบร้อย

 

"อิ่มแล้วนะ?"คุฟฟ์ถามเมื่อเด็กหนุ่มวางแก้วลง แองเจโล่พยักหน้า ใบหน้าขึ้นสีหน่อยๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่า หมอนี่แหละที่จับตัวเขามาพอโดนทำดีด้วยหน่อยก็ชะล่าใจ

 

"...อันที่จริงวันนี้ฉันวางโปรแกรมไว้หลายอย่างแต่ดูท่าทางเธอจะเพลียเกินไปสำหรับมันแองเจโล่....วันนี้ฉันจะให้เธอพักผ่อนก่อน" เด็กหนุ่มมองเขาอีกครั้ง ในตามีประกายฉายอยู่วับหนึ่ง ใช่แล้ว แองเจโล่...เธอจะได้นอนแล้ว คุฟฟ์หัวเราะในใจเมื่อเห็นท่าทีของเด็กหนุ่ม

 

"ฉันจะพาเธอไปที่ห้องของเธอ....แต่จำไว้แองเจโล่ ทุกอย่างถูกจะถูกถอนคืนได้ถ้าเธอขัดคำสั่งหรือข้อห้ามใดๆของฉันแม้เพียงน้อยนิดก็ตาม..." คุฟฟ์พูดเสียงเย็น ส่งผลให่แองเจโล่ขมวดคิ้ว หน้ามุ่ยเล็กน้อย

 

"แม้แต่ อาหาร..." เสียงเด็กหนุ่มถามขึ้น คุฟฟ์เงียบไปพักมองเด็กหนุ่มที่ยกมือขึ้นปิดปาก ที่ถามออกไปโดยไม่คิด เขายิ้ม

 

"โดยเฉพาะ อาหาร...แองเจโล่" เงียบไปพักหนึ่ง "บทเรียนวันนี้คงสอนเธอได้หลายอย่างแองเจโล่ ข้อแรก ฉันไม่ชอบเวลาใครสบถ ข้อที่สอง ทำตามที่ฉันสั่ง แล้วเธอจะไม่จบลงที่การเจ็บตัว" คุฟฟ์เดินนำไปประตูที่ตนเดินเข้ามาพร้อมแองเจโล่ครั้งแรก หันกลับมามองเด็กหนุ่มให้เดินตามไป แองเจโล่รีบลุกขึ้นและเดินตามไปอย่างรวดเร็ว  ทั้งสองเดินผ่านห้องที่ปิดไว้หลายห้อง บางห้องทำให้แองเจโล่แปลกใจไม่น้อยเพราะที่หน้าห้องถึงกับมีโซ่ล่ามล็อคไว้อย่างแน่นหนา คุฟฟ์เดินนำไปอย่างเงียบกริบมีเพียงเสียงรองเท้าเท่านั้นที่ดังสะท้องกับผนังและกำแพง แองเจโล่หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็น ประตูห้องที่คุ้นตา วาล์วเหล็กสีดำและประตูเหล็กที่เขานั่งจ้องมันอย่างเคียดแค้นอยู่เต็มๆสามวัน

 

เด็กหนุ่ม ลดระยะก้าวลงอย่างกังวล  ในใจคร่ำครวญ ไม่อยากกลับเข้าไปอีก ที่ไหนก็ได้แต่ไม่ใช่ในนั้น!! ไม่อยากเข้าไปในนั้นอีก....มือบางเอื้อมไปจับแขนของอีกฝ่ายอย่างเร็ว ดึงเข้าหาตัวเล็กน้อยร่างบางถลาเข้าไปแอบข้างหลังอย่างลืมตัว มือที่จับอยู่นั้นสั่นเทา คุฟฟ์ยิ้มให้กับตัวเอง เด็กหนุ่มไม่อยากเข้าไปในห้องร้อนนั่นอีกและกำลังใช้ตนเป็นที่กำบัง เสียงหัวเราะเบาๆลอดออกมา

 

"ใจเย็นแองเจโล่...ตอนนี้เธอทำตัวดีและถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆล่ะก็เธอจะไม่ได้เห็นห้องนี้อีกเลย" มืออีกข้างของคุฟฟ์ขยี้หัวเด็กหนุ่มก่อนจะเดินนำผ่านประตูเหล็กไปหยุดที่ห้องเกือบสุดทางเดิน ประตูไม้สีดำ คุฟฟ์เปิดมันและรอให้แองเจโล่เข้าไปก่อน  เมื่อเด็กหนุ่มก้าวเข้าห้องก็แทบเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่  ห้องนี้เป็น "ห้อง" จริงๆ มีเตียงที่คลุมผ้าสำดำไว้ ทางซ้ายของห้องเป็นตู้เสื้อผ้าตรงข้ามเป็นประตูเล็กๆสู่ห้องน้ำ

 

"พักผ่อนซะ...พรุ่งนี้หกโมงฉันจะมารับ" ว่าแล้วก็ทิ้งให้เด็กหนุ่มชื่นชมห้องส่วนตัวของตนเอง  แองเจโล่ถลาทิ้งตัวลงเตียงอย่างสุขใจ สามวันเต็ม เขาคิดถึงความสบายของเตียงเหลือเกิน ดวงตาสีม่วงจ้องมองเพดานคอนกรีตเหม่อลอย สามวันที่ไม่ได้เห็นหน้าหรือได้ยินคำปลอบโยนของพ่อกับแม่  แม้จะไม่ใช่ครอบครัวแท้ๆ แต่สิ่งนั้นก็ใกล้เคียงที่สุดที่แองเจโล่จะจำได้แล้ว  น้ำตาเอ่อขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ตัว เพดานสีหม่นเบลอ มือเรียวยกขึ้นมาปาดออกแต่น้ำตาก็ยังคงไม่หมดไป

 

เพราะความคิดที่ว่าจะไม่ได้กลับไปแล้ว....

 

เด็กหนุ่มร้องไห้กับตัวเองเงียบๆจนหลับไป คุฟฟ์ที่มองผ่านมอนิเตอร์ลอบยิ้ม พักผ่อนให้สบายพ่อนกน้อย เพราะค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล

 

พูดถึงค่ำคืน คุฟฟ์แหงะมองไปนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์ทอแสงจ้า ราวกับท้าทายเหล่าพรายที่หลบอยู่ในความมืดมิด เสียงเศษกระเบื้องกระทบและแตกเบาๆ ดึงความสนใจของชายหนุ่ม ตามมาด้วยเสียง คำรามต่ำๆของสัตว์ป่าดังขึ้นมาจากช่องโหว่ของพื้นห้องที่ถูกจงใจเจาะ

 

ห้องนี้อยู่ชั้นหนึ่งของโกดัง พื้นห้องเป็นช่องกว้างถูกทุบออกส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะสามารถมองลงไปในชั้นใต้ดินได้โดยไม่ต้องลงไป เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงไป เพราะข้างล่างนั่น มี 'เจ้าหญิง' อยู่ เสียงคำรามค่อยๆดังขึ้น เปลี่ยนเป็นเสียงฟันกระทบกับแรงๆหลายที ชายหนุ่มหัวเราะ สาวเท้าตรงไปที่ขอบรอยทุบมองลงไปในชั้นใต้ดิน

 

"หิวอีกแล้วเหรอ เจ้าหญิง?" ชายหนุ่มถามเสียงระรื่น ‘เจ้าหญิง'ที่ว่าตอบกลับมาด้วยเสียงพ่นลมพรืด ชายหนุ่มลดตัวลงนั่งยองๆที่ขอบ ดวงตาสีแดงจับจ้องที่สิ่งนั้น

 

"เพิ่งทานไปเมื่อวานเองนี่ครับ?" คุฟฟ์พูดเสียงอ่อนโยน ดวงตาอ่อนลงอย่างเอ็นดู เสียงกระแทกของกระเบื้องที่ถูกทุบเบาๆคือคำตอบ ชายหนุ่มหัวเราะ

 

"ก็ได้ครับ....งั้นระหว่างอาหารเย็น คุณพ่อมีอะไรสนุกๆเล่าให้ฟังครับ..."คุฟฟ์ใช้โทนเสียงเหมือนว่าคุณพ่อผู้อ่อนโยนกำลังพูดอยู่กับลูกสาวสุดที่รัก เสียงครางต่ำๆแสดงความดีใจดังขึ้นมากระทบโสต  "งั้นรอซักครู่ นะครับ ขอคุณพ่อไปเตรียมอาหารก่อน" ชายหนุ่มยิ้มให้เจ้าสิ่งนั้นที่อยู่ข้างล่างแล้วค่อยๆลุกออกไป ตามด้วยเสียง กรร.... เบาๆตามส่ง

 

ชายหนุ่มรีบสาวเท้าไปตามทางเดินอย่างเร็ว ไม่รีบร้อนแต่รักษาความเร็ว เขาเดินผ่านห้องนอนแองเจโล่ อย่างเงียบกริบ ไปถึงห้องที่ถูกผนึกไว้ โซ่เส้นใหญ่และแม่กุญแจที่คล้องอยู่ถูกปลดโดย กุญแจสีเงินดอกเล็กๆที่คุฟฟ์หยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มือใหญ่กระชากโซ่ออกมาทิ้งลงพื้น เปิดประตูเข้าไป กลิ่นสาบห้องปะทะจมูกอย่างรุนแรง กลิ่นของเน่า กลิ่นคาวเลือด และอีกหลายอย่างปะปนจนแยกไม่ออก ชายหนุ่มปฏิเสธที่จะรับรู้ ขาเรียวก้าวเข้าห้องไป ทันทีกับที่มีเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวที่มุมห้อง ห้องนี้ไม่มีไฟ ทั้งห้องจึงมืดสลัว ต้องของคุณพระจันทร์ที่สาดแสงสีเงินเข้ามานิดหน่อย ที่มุมห้อง มีกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆอยู่ ทุกคนดวงตาเบิ่กกว้างตัวสั่นเทาอย่างหวาดผวา ดวงตาสีแดงกวาดมองและนับจำนวน สามคนงั้นเหรอ ชายหนุ่มคิดและถอนหายใจ

 

"พักนี้เจ้าหญิงทานมากขึ้น....ผมคงต้องออกไปหามาเก็บไว้เพิ่มอีกแล้ว" พูดจบก็เดินเข้าไปใกล้ เรียกเสียงร้องจากทั้งสามที่มุมห้องได้ มือใหญ่คว้าข้อมือบางของคนที่อยู่ข้างหน้าได้ เขาดึงเจ้าของข้อมือนั้นอย่างไม่ปราณีส่งผลให้เธอร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ทั้งสามคนเป็นผู้หญิง จากต่างที่แต่มาจบลงที่เดียวกัน พวกเธอคือคู่เดทจำเป็น โสเภณี หรือแม้แต่คนที่เขาไปหิ้วมาจากบาร์เพื่อเจ้าหญิง อันที่จริงเมื่อก่อนเขามันจะล่อพวกเร่ร่อนเข้ามาแต่เจ้าหญิงดูเหมือนจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เขาจึงต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ ต้องคัดสรรกันเสียหน่อย

 

หญิงสาวผู้โชคร้ายกรีดร้องและทิ้งตัวนั่งลง พยายามขืนไม่ให้ชายหนุ่มแยกตัวออกไปจากคนที่เหลือ เธอรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สำเร็จแต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย มันเพียงแต่ทำให้ชายหนุ่มรำคาญเท่านั้น คุฟฟ์ลากเธอมาที่ประตู เอื้อมไปหยิบบางอย่างที่มุมหลังประตู หญิงสาวฮุบอากาศเข้าปอดด้วยความกลัว ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อเหล็กสะท้อนกับแสงจันทร์ เธอเริ่มกรีดร้องและพยายามสะบัดตัวออก อาการต่อต้านหายไปทันทีเมื่อ ใบมีดคมปาดผ่านลำคอระหง เลือดสำดำสาดกระจายไปทั่ว สองสาวที่เหลือกอดกันกลมก้มหน้าตัวสั่นมีเพียวเสียงครางเบาๆด้วยความกลัวสุดชีวิต  เหยื่อผู้โชคร้ายทรุดฮวบ เข่ากระทบพื้นเสียงดัง ข้อมืยยังคงถูกจับยึดไว้ ชายหนุ่มปรายตามองร่างที่ชีวิตกำลังริบหรี่ข้างตัว ถึงจะปาดคอแต่เขาไม่ได้ตัดหลอดลม เธอจะยังไม่ตายทันที เธอจะไปช้าๆและทรมานอย่างที่สุด ร่างสั่นเทิ้มเธอกำลังต่อสู้กับเทพแห่งความตายที่ยื่นตรงหน้า ปีศาจที่เพิ่งพรากชีวิตเธอไปเริ่มลากเธอออกมา เหมือนลากซากสัตว์ที่ตายอย่างไงอย่างนั้น

 

ลากผ่านทางเดินมา คุฟฟ์ไม่สนรอยเลือดที่ลากเป็นทางยาว มันไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้วเดี๋ยวมันก็แห้งแล้ว ไม่จำเป็นต้องเช็ด เมื่อถึงห้องตนเองคุฟฟ์เดินเข้าใกล้โพรง เสียงร้องอย่างตื่นเต้นดังลอดออกมา ตามด้วยเสียงกระโดดขึ้น-ลงเบาๆ คุฟฟ์หัวเราะเบาๆ

 

"...ต้องทำยังไงคะ เจ้าหญิง?" คุฟฟ์ใช้เสียงโทนคุณพ่อคุยกับเจ้าตัวที่กำลังดีใจอยู่ข้างล่าง รอยยิ้มแต้มขึ้นบางๆ มีเสียงคำรามเบาๆและเสียงเหมือนคนกระแอมอยู่หลายครั้ง จนในที่สุด...

 

"คุ.....อน........คุ.....น.....เพ..า...ะ...." ชายหนุ่มฉีกยิ้มให้ แล้วเหวี่ยงร่างที่ลมหายใจรวยรินลงไปอย่างไม่ปราณี  เมือเสียงร่างกระทบพื้นดังขึ้น ตามมาด้วยเสียง แคว่ก ดังลั่นขึ้นมาจากข้างล่างทันที เสียงเนื้อที่ถูกฉีกทึ้งดังขึ้นมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง เสียงดังเป๊าะของกระดูกอ่อนเมื่อถูกบดเคี้ยว คุฟฟ์มอง ‘เจ้าหญิง' ของเขาทานอาหารอย่างตระกละตระกรามอย่างพอใจ มองอยู่ได้พักใหญ่ชายหนุ่มก็หาวขึ้นมาอย่างหยุดไม่ได้

 

วันนี้กิจกรรมช่างเยอะเหลือเกินนี่นะ ชายหนุ่มคิดและลุกเดินออกจากห้องไป เขาตรงไปที่ห้องตัวเองที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เดินผ่านกระจกก็สังเกตเห็นรอยกระเซ็นของเลือดเต็มอกเสื้อ ชายหนุ่มถอนหายใจ มือใหญ่แกะกระดุมถอดเสื้อเหวี่ยงไปพาดเก้าอี้เดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า และเปลี่ยนเสื้อ

----------------------------------------------------------

Chapter 2 : Bird and the Broken wings.

----------------------------------------------------------------------------------------------

แองเจโล่สะดุ้งพรวดลุกขึ้นจากเตียง เหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า ดวงตาเบิกกว้าง หายใจหอบถี่หัวใจกระตุกโครมๆอยู่ในอก เขาฝัน ฝันว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิตมันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เกิดขึ้นโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลยแม้จะอยู่ใกล้กันขนาดนั้นก็ตาม ฝันว่าพ่อกับแม่ของเขาตายอีกครั้ง น้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มปาดมันออกอย่างเร็วและสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอยู่ข้างตัว

 

ลูซิเฟลโล่ คุฟฟ์ ยื่นกอดอกอยู่ข้างเตียง ริมฝีปากเหยียดยิ้มอย่างอารมณ์ดี  เด็กหนุ่มเบี่ยงตัวไปอีกด้านของเตียงอย่างเร็ว มองผู้บุกรุกอย่างตื่นตระหนก

 

"ถ้ามีเวลามาตกใจ แองเจโล่...ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว"ดวงตาสีแดงมองอย่างติๆแม้ปากจะยิ้ม แองเจโล่ทำตามที่สั่งเงียบๆ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะขัดเพราะยังไงก็ต้องลุกไปทำเองอยู่ดี มือเอื้อมไปคว้าผ้าขนหนูที่ตู้แล้วเดินโซเซเข้าห้องน้ำไป

 

"5 นาที แองเจโล่..." คุฟฟ์สั่งอีกครั้ง แองเจโล่ส่งเสียงกุกกัก ตอบกลับมาในห้องน้ำเนื่องจากทั้งแปรงฟัน ทั้งล้างหน้า และพยายามเปลี่ยนเสื้อพร้อมๆกัน ไม่นานเด็กหนุ่มก็ออกมาผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงเนื่องจากยังไม่ได้หวี แต่เรื่องนั้นเดี่ยวค่อยว่ากันก็ได้

 

"นี่ก็เพิ่ง6โมง10นาที...เอาเป็นว่าเราจะไปฝึกช่วงเช้ากัน"ชายหนุ่มมองนาฬิกาข้อมือแล้วเดินนำออกไป ดวงตาสีม่วงตวัดตามอย่างลังเลก่อนที่จะค่อยๆเดินตามออกไป  เดินออกจากห้องไปได้ระยะหนึ่ง แองเจโล่เริ่มรู้สึกขามันชักไม่ค่อยอยากก้าวต่อเท่าไหร่ เพราะรอยเลือดที่ลากเป้นทางยาวที่ทางเดินนี่มันทำให้เด็กหนุ่มหนาวสันหลังวาบ  นี่มันเลือดของใคร แล้วทำไมมันถึงลากเป็นทางยาวอย่างนี้ คราบเลือดแห้งติดพื้นเป็นสีคล้ำแล้ว แต่ก็ยังบอกได้ว่าเพิ่งเกิดขึ้น ดวงตาสีม่วงมองขึ้นไปที่ชายหนุ่มที่เดินนำตน หรือว่าฝีมือหมอนั่น.....

 

"จะมองที่พื้นทั้งวันเลยใช่ไหม...บอกแล้วไงว่าวันนี้เราจะยุ่งกันทั้งวัน...."เสียงเรียบๆไร้อารมณ์ดังขึ้นทำให้แองเจโล่ต้องรีบตามไปถึงจะไม่อยากแค่ไหนก็ตาม

 

"รับ!" มือบางคว้ากระบองไม้ที่ถูกโยนมาให้อย่างฉิวเฉียดก่อนที่มันจะโขกเปรี้ยงที่หัวเอา มองตอบไปอย่าง งงๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงื้อกระบองไม้อีกท่อนและฟาดลงมาก็ยกกันทันที  คุฟฟ์ยิ้มกับการตอบสนองที่ไวของเด็กหนุ่มและเริ่มโจมตีซ้ำอีกครั้ง

 

"ต่อไปนี้ นี่จะเป็นการฝึกช่วงเช้าของเธอทุกวัน แองเจโล่..."เด็กหนุ่มอ้าปากจะท้วงแต่ก็ไม่ทัน ปลายกระบองหวดเข้าไปเต็มกราม ส่งผลให้เด็กหนุ่มลอยวืด ล้มโครมไปที่อีกฝากของห้อง

 

"ทำบ้าอะไรของแกฟ่ะ!!..."ยังไม่ทันจะจบประโยคดี กระบองถูกฟาดเข้าที่ลำตัวแองเจโล่อย่างแรง เด็กหนุ่มร้องด้วยความเจ็บปวด อ้าปากสบถไปอีกพรืด กระบองหวดใส่อีกชุดใหญ่ ผู้กระทำไม่มีแม้แต่คำอธิบายว่าฟาดทำไม จนเด็กหนุ่มอ้าปากจะแย้ง ไม้ถูกเงื้อขึ้นอีกครั้ง แองเจโล่หุบปากทันที กลืนเรื่องที่จะแย้งลงคอไปอย่างช่วยไม่ได้

 

"...ดีมาก แต่ถ้าเตือนตัวเองไวกว่านี้หน่อยเธอคงไม่เจ็บตัวอย่างนี้" ชายหนุ่มเดินถอยออกจากแองเจโล่ที่นอนขดอยู่ที่พื้น กัดฟันข่มความเจ็บ ฟาดมาแต่ละทียั้งมือเสียที่ไหน

 

"ทำไม..."แองถามลอดไรฟันที่ขบกันแน่นขมความเจ็บอยู่ อีกคนยักไหล่

 

"เธอทำผิดกฎเรื่องการสบถ"คุฟฟ์พูดเสียงเนืองๆ เดินไปหยุดตรงก้าวที่ห้าแล้วหันกลับมา ตั้งท่าเตรียมอีกครั้ง

 

"ไม่....ทำไมเป็นฉัน" ดวงตาสีแดงเบิกขึ้นเล็กน้อยเพราะยังไม่คิดว่าแองจะถามคำถามนั้นตอนนี้ ตามด้วยหัวเราะในลำคอ กำลังคำนวณว่าเด็กหนุ่มจะรับได้ไหมถ้าเขาพูดออกไป รอยยิ้มถูกกระตุกกว้างขึ้นอีก "ฉันต้องการผู้ช่วย" ตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มโทนต่ำ เด็กหนุ่มได้ยินชัดเจน ขนหลังคอตั้งชัน ผู้ช่วย? ผู้ช่วยอะไร!!?

 

"การฝึกยังไม่จบนะ..." มือใหญ่สะบัดหวืดส่งปลายไม้เข้าใกล้แองเจโล่ ร่างบางเหวี่ยงตัวหนีและยกไม้ขึ้นสวน คุฟฟ์ก้าวถอยหลังและหมุนตัวเหวี่ยงไม้กลับใส่อย่างสบายๆ แองยกไม้กันและฟาดสวนเข้าไปเต็มแรง ยังไงก็ต้องรู้ให้มากขึ้นว่ามันต้องการอะไร โกรธ เกลียด ถูกใส่ไปกับการฟาดไม้ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มฟาดลงไป

 

"เพื่ออะไร!!" เด็กหนุ่มกระชากเสียงถาม หมุนกระบอง80องศาและฟาดเล็งไปที่คออีกฝ่าย เขาเพียงแค่ยกมือจับปลายไม้ที่จะถึงตัว สายตาเย็นชามองตรงไปที่เด็กหนุ่ม ความโกรธ ที่กำลังปะทุ เขาชอบเวลาที่เด็กหนุ่มโกรธ มันจะทำให้แองแกร่งขึ้นแต่ความรอบคอบจะต่ำลงและท้ายที่สุดจะจบด้วยการเจ็บตัว หรือตาย มืออีกข้างที่ถือไม้กระทุ้งเข้าเต็มที่กับท้องเด็กหนุ่ม เข้าบางยอมแพ้ทันที ทรุดฮวบลงไปโอบท้องที่พื้น หอบหายใจหนัก

 

"เพื่อที่เธอจะได้ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง...อีกครั้งแองเจโล่"คุฟฟ์ยิ้มมองเด็กหนุ่มที่หมอบอยู่ปลายเท้าตนอย่างเอ็นดู วันนี้คงต้องเริ่มบทเรียนที่สามเสียที "แองเจโล่....กฎข้อต่อไปของวันนี้ เธอจะต้องเรียกฉัน ‘มาสเตอร์'" เด็กหนุ่มตาเบิกกว้างเงยหน้ามองไอ้โจรลักพาตัววิปริตทันที

 

มันพูดเล่นใช่ไหม!!? เด็กหนุ่มกรีดร้องในหัวอย่างบ้าคลั่ง คนตรงหน้ายืนนิ่ง สายตาเย็นชาปรายลงมาไม่มีแววของการล้อเล่นแต่อย่างใด ถ้าจะให้ยอมเรียกมันเป็นนายล่ะก็ เด็กหนุ่มขอตายเสียดีกว่า!!!

 

"ไม่!!!"แองตอบฉะฉาน แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยจากความเจ็บปวด แต่สายตากร้าวที่มองขึ้นมาก็บอกชัดเจนว่าเด็กหนุ่มจะไม่ยอมทำตามง่ายๆ ชายตรงหน้ากระตุกยิ้มวูบ นั่นทำให้แองไม่สบายใจเอาเสียเลยแต่เด็กหนุ่มยอมเสียชีวิตดีกว่าขายวิญญาณให้ปีศาจ!

 

อะดรีนาลีนในร่างกายของคุฟฟ์เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเด็กหนุ่ม ว่าที่ศิษย์เอกเริ่มต่อต้านอย่างแข็งกร้าว ใช่แล้ว แองเจโล่ ทำอย่างนั้นแหละ ฉันจะได้สนุกมากขึ้นเมื่อถึงเวลาหักปีกเธอ หักความตั้งใจอันแรงกล้านั่นด้วยมือนี้  แกกระชากจิตใจเธอให้เหมือนเศษกระดาษ กองอยู่แทบเท้า แองเจโล่ เธอเป็นของของฉันแล้วไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ เป็นของเล่นที่มีค่า

 

"อุ๊บ!!!"เด็กหนุ่มร้องออกมาพร้อมน้ำตาที่นองปริมขอบตาเมื่อรองเท้าหนังสีดำปะทะเข้าที่กรามซ้าย แองถลาออกห่างไปตามแรงสอง สามก้าวห่างจากคุฟฟ์

 

"Wrong answer!, apprentice" คุฟฟ์พูดเสียงเรียบพยายามอย่างสุดขีดที่จะไม่ให้ตัวเองยิ้มหรือเสียงมีความสุขนัก ต่อให้ต้องซ้อมกันถึงปางตายเขาก็ยินดีทำ ถ้าเพื่อฝึกเจ้านกป่านี่ล่ะก็ สาวเท้าตามไปหาเด็กหนุ่มที่พยายามยันตัวเองลุกนั่ง รองเท้าหนังบดเหยียบไปกลางร่างบางกดไม่ให้เด็กหนุ่มลุก ออกแรงเหยียบลงไปอีกส่งผลให้เด็กหนุ่มร้องด้วยความเจ็บปวด เสียงดังแคร็ก เบาๆดังขึ้นในหูเด็กหนุ่ม เสียงกระดูกลั่นจาก แรงกดที่หมาศาลชายหนุ่มใช้ประโยชน์จากแรงดึงดูดของโลกทำให้แรงเหยียบเพิ่มอย่างน่ากลัว เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด แขนยันตัวเอนเล็กน้อยเพื่อทำลายสมดุลของแรงกด มืออีกข้างยันตัวเองขึ้นอย่างแรงและเหวี่ยงหมัดใส่คนตรงหน้า คุฟฟ์ไม่หลบและยอมให้มือของเด็กหนุ่มกระทบกรามตน ไม่แรงอย่างที่เขาคาดไว้เท่าไหร่แต่ก็เรียกเลือดจากมุมปากได้

 

เขาคว้าแขนขวาเด็กหนุ่มและบิดไขว้หลังอย่างแรง น้ำหนักตัวกดลงที่เด็กหนุ่ม เขาข้างซ้ายกดค้ำกระดูกสันหลังของแองเจโล่และอีกข้างยึดแน่นที่พื้นข้างสะโพกไว้ มือซ้ายดึงรั้งไหล่ของเด็กหนุ่มเข้าหาตัวสุดแรง ทำให้เด็กหนุ่มร้องและกัดฟันตัวเองข่มความทรมานจาก การบิดตัวที่ไม่เป็นธรรมชาติของร่างกายตน

 

"แองเจโล่...เธอกำลังเลือกทางที่ลำบากให้ตัวเองอยู่นะ"

 

"หุบปาก...ฉันไม่มีทางเรียกแก มาสเตอร์!...อ้ากก!" แขนขวาถูกบิดกระตุกอย่างแรงส่งเสียง

กร็อบ ดังลั่น ดังหนุ่มกรีดเสียงออกมาอย่างเจ็บปวด ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่ทุกซอกทุกมุมของร่างกาย ยกเว้นที่แขนขวาที่ตอนนี้ขาดการติดต่อกับเซลล์ประสาทไปแล้ว ชายหนุ่มดึงไหล่ของแองเจโล่หลุดจากเบ้าอย่างง่ายดาย เขารู้ว่ามันทรมานขนาดไหน แน่ละจะฝึกอะไรซักอย่างถ้าไม่เจ็บมันก็ไม่จำหรอก

 

"ฉันจะหยุดเมื่อได้สิ่งที่ฉันต้องการว่าไงแองเจโล่....หือม์?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองร่างที่นอนสั่นเทาข้างล่างตน ที่พึมพำอะไรบางอย่างออกมาเบาๆ

 

"ปละ...ปล่อย...มะ...มาสเตอร์" เด็กหนุ่มกรีดเสียงสูงขึ้นนิดหน่อยเมื่อคุฟฟ์ขยับมือที่จับแขนขวาดึงเบาๆ  อาา....ใช่แล้ว ก้าวแรกแห่งความสำเร็จ ชายหนุ่มเหยียดยิ้มให้ตัวเอง เขาปล่อยและลุกออกห่างจากแองเจโล่ มองเด็กหนุ่มค่อยๆยันกายขึ้นจากพื้นด้วยแขนซ้าย เสียงครวญเบาๆเล็ดลอดออกมาเมื่อเด็กหนุ่มขยับตัวเร็วเกินไปจนกระเทือนกันแขนขวาที่หลุดจากไหล่ ทิ้งตัวห้อยอยู่ข้างลำตัว

 

"เจ็บมากใช่ไหม?" ชายหนุ่มถามเสียงเบารู้อยู่แก่ใจดีว่ามันเจ็บมากขนาดไหน แต่เขาอยากได้ยินคำตอบจากแองเจโล่

 

"...ใช่" แองตอบเสียงสั่น

 

"ใช่..อะไร?"คุฟฟ์ตวัดเสียงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงมองเด็กหนุ่มนิ่ง

 

"ใช่...มันเจ็บ...มาสเตอร์" เด็กหนุ่มหลับตาลงทันทีที่พูดคำนั้น พยายามกลั้นน้ำตา แต่ไม่สำเร็จมันไหลลากผ่านแก้มลงมาที่ปลายคางและหยดลงใส่ตักของตนเอง ปีศาจชนะเขาจนได้

 

ชายหนุ่มยืนมองอยู่พักหนึ่ง จนแองลืมตาขึ้นมา เขาไม่โกรธที่เด็กหนุ่มแสดงความอ่อนแอออกมาถึงแม้เขาจะชอบคนเข้มแข็งก็ตาม แต่ผู้ที่เข้มแข็งก็สร้างขึ้นมาจากคนอ่อนแอถมเถไป

 

"ฉันจะช่วยจัดแขนให้ใหม่....กัดนี้ไว้แล้วกัน"ว่าแล้วก็ยัดผ้าขนหนูใส่ปากแองเจโล่ เด็กหนุ่มตวัดขึ้นมองทันที

 

"เชื่อสิ มันไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่หรอก"คุฟฟ์หัวเราะ มือใหญ่จับไหล่บางทั้งสองข้าง มือขวาค่อยๆเลื่อนไปจับแขนที่หลุดของแองเจโล่แล้วกระชากมันกลับที่อย่างเร็ว เด็กหนุ่มร้องผ่านผ้าและกัดมันเต็มแรงเพื่อข่มความเจ็บปวด น้ำตาไหล่พรากอีกครั้งอย่างไม่ได้ตั้งใจ  มับเจ็บ เจ็บโคตรกว่าตอนที่มันหลุดเสียอีก แขนขวาชาจนน่าหลัวว่ามันไม่ไม่กลับมามีความรู้สึกเหมือนเดิมจนชายหนุ่มพูดเสียงต่ำ

 

"ซักครึ่งชั่วโมงเธอคงพอจะขยับมันได้อีกครั้งแองเจโล่ ฉะนั้นตอนนี้พยายามอย่าหาเรื่องใส่ตัวโดยการบังคับให้ฉันทำร้ายเธออีก...." เด็กหนุ่มจ้องคุฟฟ์ด้วยความตกใจและสงสัยพร้อมๆกัน ‘บังคับ' งั้นเหรอ หมอนี่พูดอะไร จู่ๆก็ฟาดเอาๆแล้วกระตุกจนไหล่เขาหลุดเกือบหักแล้วยังมาบอกว่าเขาบังคับให้ทำอีก ระหว่างที่จมกับความคิด ชายหนุ่มก็เดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง

 

"เอาเถอะ....แขนเธอเจ็บอยู่ ยกเลิกฝึกของวันนี้ไปก่อน อาหารเช้ารออยู่" คุฟฟ์หยุดและให้แองเจโล่เดินออกไปก่อน ทั้งสองเดินไปห้องเดิมที่แองเจโล่ทานข้าวเย็นเมื่อคืน  บนโต๊ะมีอาหารว่างไว้เช่นเดิม จานอาหาร แก้วใบใหญ่และของใหม่แอ็ปเปิ้ลเขียวอีกหนึ่ง

แองเจโล่เดินไปนั่งเงียบๆ มองอาหารในจานอย่างสะอิดสะเอียน ไอ้ตัวอาหารน่ะมันน่ากินอยู่หรอกแต่คนที่นั่งตรงข้ามนี่สิ ทำให้พาลไม่อยากอาหารไป

 

"...ไม่อยากหรือไง?" คุฟฟ์ถามเสียงเรียบหยิบแอ็ปเปิ้ลมากัดหนึ่งคำ แองเจโล่ส่ายหน้ามือบางเอื้อมไปหยิบช้อน พอจะยกขึ้นช้อนก็หล่นจากมือกระทบจานเสียงดัง คุฟฟ์ที่มองเด็กหนุ่มอยู่ก็หัวเราะเบาๆ ลืมไปเลยว่าไหล่ยังเจ็บอยู่

 

"ให้ป้อนไหม?" เด็กหนุ่มตาค้างส่ายหัวบ้าคลั่ง รีบเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายจับช้อนแทนทันที คุฟฟ์พยักหน้าช้าๆแล้วหันกลับไปสนใจผลไม้ในมือต่อ

หลังอาหารเช้าคุฟฟ์ยกจานไปเก็บอีกห้องแล้วสั่งให้แองเจโล่ตามออกมาที่โถงใหญ่

 

"ทั้งที่วันนี้ตารางแน่นเอียด เอาเถอะ งั้นเริ่มจากเรื่องที่ไม่ต้องใช้แรงมากมายแล้วกัน" คุฟฟ์ชี้ไปที่เก้าอี้สีดำในห้องให้แองเจโล่ไปนั่ง ส่วนตนเดินไปอีกฝากของห้อง ดึงผ้าใบฉายโอเวอร์เฮดลง แล้วเดินไปที่อีกฝั่งเพื่อเปิดเครื่อง แสงสีขาวถูกฉายใส่ผ้าใบ มีรูปภาพคุ้นตาอยู่หลายรูป บ้านสีขาวสองชั้น ที่ชั้นสองม่านสีฟ้ากำลังปลิวไสวตามแรงลมเบาๆ เด็กหนุ่มหันควับมองคุฟฟ์ที่ยืนยิ้มอยู่

 

หมอนี่ต้องการอะไรอีก!!! เขาอยู่ที่นี่แล้วไง...ทำไม ต้องเอาภาพบ้าน ‘ของเขา' มาให้ดูอีก คุฟฟ์หันมาสบแล้วคลิ้กเปิดอีกภาพ พ่อกับแม่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น กำลังถกกันอยู่อย่างเคร่งเครียด ข้างๆมีผู้ชายคุ้นหน้าอยู่อีกคน ไลน์ วี วาเลนไทน์ ครูประจำชั้นของเขา ผมสีเงินและคิ้วที่ผูกกันจนมุ่น พวกผู้ใหญ่คงกำลังปรึกษาเรื่องที่เขาหายตัวไปเป็นแน่

 

"คุณพ่อ...และคุณแม่สินะ" คุฟฟ์พูดเสียงเรียบ แองเจโล่ไม่ตอบกลับเพราะเขารู้มันไม่ใช่คำถาม หมอนั่นรู้ดีอยู่แล้ว มันเคยเจอพวกท่านมาหลายครั้ง ก็มันเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่สอนเขานี่

 

"ต้องการอะไร!?" แองถามเสียงเฉียบ พยายามไม่แสดงความรู้สึกอะไร

 

"พวกเขาจะตาย แองเจโล่..." เด็กหนุ่มหัวใจกระตุกวูบ เหงื่อผุดขึ้นมาที่ฝ่ามือ เขาหันไปมองชายจิตวิปลาสอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้าง เด็กหนุ่มกำลังจะอ้าปากท้วงแต่คุฟฟ์ก็ตัดบทก่อน

 

"...ถ้าเธอไม่เชื่อฟังฉันหรือพยายามหนี...หรือแย่ที่สุดคือฆ่าตัวตาย" ชายตรงหน้าหันมายิ้มให้ ปล่อยเด็กหนุ่มหน้าซีด ลมหายใจไปจุกกันอยู่ที่ลำคอ

"ไม่มีทาง!!...แกทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก" แองเจโล่ตวาดเสียงกร้าว คุฟฟ์หัวเราะหึ ขึ้นจมูก คลิ๊กเปลี่ยนภาพไปอีกมุม เผยให้เห็นอุปกรณ์สีดำทรงสีเหลี่ยมผืนผ้า ติดอยู่หลายมุมของบ้าน แองกรีดร้องในใจ ระเบิด!!! ดูเหมือนว่าเลือดจะหยุดไหลหล่อเลี้ยงร่างกายเด็กหนุ่มเสียแล้ว หน้า ปาก มือ ของแองเจโล่ซีดเหมือนศพ เด็กหนุ่มได้สติอีกครั้งด้วยเสียงหัวเราะของอาจารย์โรคจิตของตน

 

"เธอเป็นของฉันแล้ว" ชายหนุ่มพูดและเดินออกจากห้องไปปล่อยเด็กหนุ่มนั่งจ้องที่จอผ้าใบ ตัวสั่นเทา เขาไม่มีทางให้มันทำลาย ครอบครัว ของเขาหรอก ครอบครัว ที่เหมือนชีวิตของเขา เด็กหนุ่มหลับตาลง หวังเหลือเกินว่าถ้าลืมตามาอีกที เขาจะพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงนุ่มที่บ้าน ทั้งหมดเป็นเพียงฝันร้าย

 

เจ็บและปวดไปทั้งตัว โดยเฉพาะหัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบมันอย่างแรง อยากยอมแพ้ แต่ถ้าเขาตายพ่อกับแม่ก็ตายด้วย เขาไม่มีทางยอมแน่ ต้องมีชีวิตอยู่แล้วหาทางส่งข่าวบอกพ่อกับแม่และตำรวจให้ได้  เขาจะต้องหาวิธีที่ตัวเองและคนอื่นๆที่เขารักไม่ต้องจบลงด้วยการตาย แองเจโล่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นคุฟฟ์เดินเข้าห้องมาพร้อมแก้วน้ำในมือ

 

"...ยาแก้ปวด กินซะแล้วกลับไปนอนที่ห้อง ตอนกลางวันฉันจะกลับมา" ชายหนุ่มยื่นยาสีขาวให้สองเม็ดและแก้วน้ำเปล่า แองเจโล่มองยาและมองขึ้นมาสบกับชายตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมไปหยิบช้าๆ เขาดื่มน้ำก่อนแล้วตาด้วยยา

 

"ไปพักผ่อนที่ห้อง" คุฟฟ์สั่งพร้อมใส่แว่นและเสื้อนอกที่แองเจโล่จะเห็นเขาใส่ประจำเวลาไปสอน อ่อ...ใช่สิเขาถูกพามา ถ้าจำไม่ผิดคงเป็นวันพุธ วันนี้ก็คงวันเสาร์...เรียนครึ่งวัน  แองเจโล่พยักหน้าและเดินออกไปเงียบๆ ยอมตามเกมส์ไปก่อนแล้วค่อยๆหาทางก็ได้ เด็กหนุ่มคิดในใจ โดยไม่สังเกตรอยยิ้มที่เหยียดขึ้นตามหลัง

 

โฮ่...วันนี้คงจะเป็นวันที่สนุกไม่น้อย

 

คุฟฟ์คิดและเดินไปปิดเครื่องฉายภาพและเดินตามออกไป เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเดินเข้าห้องตนไปแล้ว อาจารย์หนุ่มจึงเดินไปล็อคข้างนอกอีกชั้นเพื่อไม่ให้แองออกมาเดินเตร่และหาลู่ทางหนีได้ ถึงมันจะไม่ง่ายนักแต่ไม่ประมาทเป็นดีที่สุด

---------------------------------------------------------------------------------------------

9โมงเช้า คลาสวันเสาร์เริ่มขึ้นอย่างปกติ

อาจารย์ร่างสูงเดินเข้าห้องพร้อมแว่นและสูทสีดำตามปกติที่เขามักสวม โปรยยิ้มให้นักเรียนตามปกติ ดวงตาสีแดงเหลือบไปมองโต๊ะว่างเปล่าของเด็กหนุ่ม รอยยิ้มบางๆกระตุกขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว

 

นักเรียนในคลาสหลายๆคนแจ้งข่าวว่าแองเจโล่หายไป คุฟฟ์ทำหน้าประหลาาดใจและถามกลับด้วยความเป็นห่วง เด็กๆก็ได้แต่ส่ายหัว เนื่องจากยังไม่ได้ข่าวอะไรจากทางตำรวจ

 

คลาสเริ่มอย่างสนุกสนานและจบลงตรงตามเวลา อาจารย์และนักเรียนกำลังเก็บของเตรียมตัวกลับ พอดีกับอาจารย์อีกท่านเดินผ่านประตูเข้ามา

 

"ไลน์...." คุฟฟ์เปรยเสียงเรียบทักทายเพื่อนร่วมงาน ที่เดินหน้ามุ่ยเข้ามา "คุฟฟ์..."อาจารย์ผมเงินพยักหน้ารับน้อยๆ และเดินเข้ามาที่โต๊ะ ตบโต๊ะปึง!

 

"รู้ข่าวแล้ว....ใจเย็นก็ได้น่า" อีกฝ่ายตวัดสายตาใส่ อ้าปากจะเถียงกลับหลายหนแต่ก็ต้องหยุดแล้วถอนหายใจยาวววว ลากโต๊ะนักเรียนมาตัวแล้วนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน มือบางทึ้งผมสีเงินเบาๆ

 

"นักเรียนหายไปทั้งคนเลยนะ คุฟฟ์....ถ้านับกับห้องอื่นแองเจโล่ก็คนที่สามแล้ว"อาจารย์ชีวะซบหน้าลงกับฝ่ามือ คุฟฟ์ยิ้มมือใหญ่เอื้อมไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ

 

"แต่ก็ไม่น่าจะต้องหักโหมนี่....ได้พักผ่อนบ้างหรือยังเนี่ย..."ไลน์ส่ายหน้าที่ซบอยู่กับฝ่ามือตนไหล่ตกน้อยๆพร้อมเสียงถอนหายใจ

 

"..." คุฟฟ์เงียบไปพักเนื่องจากตัดสินใจจะไม่พูดตามที่ตนอยาก และเปลี่ยนบท "ไปหากาแฟดื่มกันไหม?" ไลน์เงยหน้าขึ้นมายิ้มบางๆพยักหน้ารับข้อเสนอของเพื่อน  "ขอแบบที่มีคาเฟอีนแรงๆด้วยแล้วกัน....เฮ้อออ" คุฟฟ์หัวเราะ นี่เป็นครั้งแรกที่เพื่อนตนยอมดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน แถมขอแรงๆเลยอีกแน่ะ หายาก หายาก....

 

ระหว่างที่ดื่มทั้งสองพูดคุยกันหลายเรื่อง จนอาจารย์ภาษาอังกฤษ ถามคำถาม วกเข้าเรื่อง

"ยังไม่ได้ข่าวอะไรเลยงั้นเหรอ?" ไลน์วางแก้วดังเคร้ง ส่ายหัวอย่างหงุดหงิด "ผู้ปกครองเด็กก็ไม่รู้เรื่องอะไร บอกว่าเด็กไม่ได้ติดต่อทางบ้านเลยซักนิด....แองเจโล่เป็นเด็กดี คุฟฟ์....ฉันไม่อยากให้เด็กอย่างนั้นเป็นอะไรไป" พูดจบก็ยิ้มอย่างอ่อนแรงให้เพื่อนอีกครั้ง อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆและยิ้มตอบ "...แองเจโล่ไม่เป็นอะไรหรอก...."คุฟฟ์พูดเสียงอ่อนโยน เรียกสายตาเพื่อนกลับมาและยิ้มอีกครั้ง "ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ...." คุฟฟ์ยกแก้วมาจรดริมฝีปากรอยยิ้มน้อยๆผุดขึ้น ...ตอนนี้น่ะนะ...

 

"บ่ายฉันมีคลาสต่อ...นายล่ะ?"ไลน์ถามเพื่อน ที่กำลังวุ่นกับการจิบกาแฟคาเฟอีนสุดแรงที่ไลน์สั่งไว้ "ว่าง...ทำไม?"คุฟฟ์ถามกลับ อีกฝ่ายส่ายหัว

 

"เปล่า...ช่างเหอะ นายก็มีงานของนายสุมพอกัน"ว่าแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะ รู้กันดีว่าอาจารย์คู่นี้ถ้าเอกสารไหนไม่รีบก็ดองเสียกากเกลือขึ้น

 

"เอาน่า...มีอะไรให้ช่วยหรือไง?"คุฟฟ์ถามใจหวังว่าเพื่อนคงขอให้ช่วยสืบเรื่องนักเรียนในชั้น อาจารย์ชีวะผมเงินนิ่ง ครุ่นคิดไปพัก "นายว่านักเรียนทั้งสามคนที่หายไป....มีส่วนไหนเหมือนหรือใกล้เคียงกันไหม?" ไลน์ถามเสียงอ่อน คุฟฟ์ครุ่นคิดกับตัวเอง....ฮืมม....นั่นสิเด็กพวกนี้มีอะไรเหมือนกันนะ? เด็กคนแรกที่หายไปไม่ใช่ฝีมือเขาซักหน่อย....

 

".....ก็ไม่นี่?...มั้งนะ?"ไลน์มองตาขวาง   "มีหรือไม่มี!!!....อย่ามามั้งนะเซ่!! ยิ่งเครียดๆอยู่!"คุฟฟ์หัวเราะเพราะเวลาเพื่อนตนหัวเสียหรือทำตัวจริงจังนี่มันช่างขัดแย้งดีจริงๆ

 

"อืมมม.....ก็เด็กคนแรก...ชื่ออะไรนะ?"ไลน์ถอนหายใจชักไม่ชัวร์แล้วว่าดีหรือเปล่าที่ปรึกษาหมอนี่

"คีธ แวนการ์ด!" คุฟฟ์ตบมือปั๊บ! "เออ...ใช่! หมอนี่ตัวแสบของชั้นเลยนี่....คนที่สองก็ เซย์จินะ เด็กคนนี้เรียบร้อยร้ายเงียบ แต่ก็ตั้งใจเรียนวิชาชั้นนะ...ส่วนแองเจโล่..."คุฟฟ์หยุดไปพัก เรื่องจะพูดเกี่ยวกับเด็กนี่มีเยอะแยะ  "...เรียบร้อย ตั้งใจเรียนแต่ชอบแอบหลับมั้ง? อืม...เป็นพวกต่อต้านลึกๆ...อืมๆๆๆ......นายประจำชั้นเขานี่ น่าจะรู้ดีกว่าฉัน"ไลน์ถอนหายใจ

 

"แต่นายเก่งเรื่องดูบุคลิกคนมากกว่าฉันนี่...." คุฟฟ์พยักหน้า แหงสิ....ก็เขาจบโทจิตวิทยานี่นา

 

"ก็จะให้พูด เด็กสามคนนี่...มีปัญหาวัยเด็กและค่อนข้างจะเก็บกดในจิตใต้สำนึก....นี่คือสิ่งที่ทั้งสามมีเหมือนกัน" ไลน์พยักหน้า จัดผมจัดเผ้าตัวเองแล้วหันลงมาผูกไทด์ให้เรียบร้อย ก่อนจะลุก

 

"...ฉันไปเตรียมตัวสอนดีกว่า....ขอบใจที่เลี้ยงกาแฟ..."คุฟฟ์พยักหน้าและโบกมือน้อยๆให้เพื่อนรอยยิ้มกระตุกขึ้นบางๆอีกครั้ง

 

...สิ่งที่ทั้งสามเหมือนกันน่ะเหรอ ไลน์ คือ จิตใจที่เข็มแข็งภายในไง เรื่องคีธเขาไม่รู้แต่เซย์จินะและแองเจโล่ ทั้งสองทำให้เขาสนุกเวลาที่ถอนเขี้ยวเล็บและหักปีกนั้นไง...

 

คุฟฟ์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือตน ได้เวลากลับไปหานกน้อยในกรงของเขาแล้ว

----------------------------------------------------------------------------------------------

เด็กหนุ่มสะลึมสะลือตื่นขึ้น ด้วยเสียงการเคลื่อนไหวใกล้ๆตัว เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นคุฟฟ์ยืนอยู่ข้างเตียงก็ผวา ตกลงไปอีกฝากของเตียง คุฟฟ์หัวเราะกับปฏิกิริยาตอบโต้

 

"ท่าทางจะดีขึ้นแล้วสิ?...ไปล้างหน้าแล้วมาเจอฉันที่โถงใหญ่" คุฟฟ์เดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้แองเจโล่หงุดหงิดกับตัวเองที่หลับไปโดยไม่รู้ตัวทั้งที่ตั้งใจจะแอบออกไปสำรวจภายในโกดังเสียหน่อย

 

คุฟฟ์เห็นเด็กหนุ่มเดินเข้ามาก็กวักมือให้เข้าไปใกล้ๆ  เด็กหนุ่มระแวงแต่ก็ค่อยๆเดินเข้าไป โล่งใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆอยู่บนในหน้าอาจารย์

 

"นั่งข้างล่างนี่..."คุฟฟ์ดึงแองเจโล่นั่งลงข้างหน้าเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ เด็กหนุ่มขืนเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นหวีในมือชายหนุ่มจึงยอมนั่งแต่โดยดี แองเจโล่ปล่อยให้ชายหนุ่มหวีผมของเขามันยุ่งเต็มที ได้หวีบ้างก็เอาน่ะ...

 

"แขนเป็นยังไงบ้าง..."คุฟฟ์ถามเสียงเรียบระหว่างยุ่งกับผมสีน้ำตาลที่พันกันยุ่ง

 

"ดีขึ้น...."แองเจโล่ตอบเสียงเบา ชายหนุ่มพยักหน้า "วันนี้ฉันมีสอนที่คลาสเธอครึ่งวัน...จำได้ใช่ไหมแองเจโล่" เด็กหนุ่มพยักหน้า แต่ก็ต้องร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่ออาจารย์ขยุ้มผมอย่างแรงดึงให้เด็กหนุ่มมองตน

 

"นั่นไม่ใช่คำตอบ แองเจโล่...."คุฟฟ์พูดเสียงเรียบมีแววขุ่นๆเจือนิดหน่อย "...ครับ..."แองตอบห้วนๆ แต่ก็ต้องร้องอีกเมื่อถูกดึงให้แหงนมากขึ้น

 

เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด "ครับ....มาสเตอร์" ผมสีน้ำตาลถูกปล่อยทันทีและถูกหวีให้เข้าทรงใหม่อีกครั้ง

"..." แองเจโล่เหมือนจะถามต่อแต่เปลี่ยนใจ "นั่นแหละ...แองเจโล่ พวกเขาไม่ใช่เพื่อนเธอแล้ว" เด็กหนุ่มทิ้งตาสีม่วงมองลงพื้นทันที

 

"เป็นสิ...และจะเป็นเสมอด้วย!!" แองเจโล่ตอบอย่างท้าทาย แต่สายตายังคงอยู่ที่พื้น นึกถึงเพื่อนๆ คานะ คริสมาสต์ ไดอง ซายุ และชิน เพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เพิ่งเข้าเรียนม.ต้น พวกนั้นคงกำลังเป็นห่วงเขาอยู่ อย่าไปฟังที่หมอนี่พูด

 

"....พวกนั้นเป็นยังไงบ้าง" แองเจโล่ถามเสียงเบา เงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ภาษาอังกฤษผมสีมรกต เขายิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ทำให้แองเจโล่รู้สึกดีหรือสบายใจได้เลย

 

"ไม่ทุกข์ร้อนอะไร ทุกคนดูมีความสุขดี" เด็กหนุ่มก้มหน้านิ่งอีกครั้ง นั่นแหละ แองเจโล่ ฉันกำลังปลูกฝังความคิดนั้นให้เธอ ไม่มีใครเป็นห่วงเธอ ไม่มีใครคิดถึงเธอ และคนสุดท้ายที่เหลือก็จะมีแค่ฉัน

 

"เรื่องพ่อกับแม่..." คุฟฟ์ยิ้ม เป็นไปตามที่คาดทุกกระเบียดนิ้ว เด็กๆนี่น้า

 

"พวกนั้นทำไม?" ร้องขอชีวิตพวกนั้นสิแองเจโล่ ฉันจะให้ความหวังเธอและขะขยี้มันลงต่อหน้าอย่างที่เธอคาดไม่ถึงเลย เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากพื้นช้าๆแต่ไม่ยอมสบกับคนตรงหน้า

 

"ปล่อยพวกเขาไป...แล้วผมจะอยู่ที่นี่" แองเจโล่ได้ยินเสียงคุฟฟ์หัวเราะเบาๆ มือลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู เด็กหนุ่มเงยหน้ามองชายตรงหน้า

 

"พวกเขาปลอดภัย...แองเจโล่ ตราบเท่าที่เธอยังเป็นเด็กดีอยู่" คุฟฟ์ลูบหัวเขาเบาๆอีกที เขาอยากจะกรีดร้องแล้วชกหมอนี่อีกซักที...แต่นั่นจะทำให้ทุกอย่างที่ตั้งใจไว้พังครืน  แองเจโล่พยักหน้า

 

"เอ้า! หล่อเหมือนเดิมแล้ว" คุฟฟ์หวีอีกสอง สามทีจัดการตรงที่เขาลูบผมเด็กหนุ่มเมื่อครู่เมื่อผมเรียบร้อย แองเจโล่ก็ถอยออกห่างรักษาระยะโดยไม่ให้คุฟฟ์ผิดสังเกต

 

"แล้วเรื่องผู้ช่วยนี่...ต้องทำอะไรบ้าง...มาสเตอร์?" เด็กหนุ่มถามขึ้นทำลายความเงียบ คุฟฟ์หันไปมองตำแหน่งที่เด็กหนุ่มอยู่ก็ยิ้มบางๆกับคำต่อท้ายที่แองเจโล่เพิ่มเข้ามาที่หลัง

 

"หาแล้วก็ป้อนอาหาร ‘เจ้าหญิง' ไง" คุฟฟ์พูดเสียงเรียบ แองเจโล่ย่นคิ้ว ‘เจ้าหญิง' ที่ว่ามันคืออะไร แต่ก็ไม่ถามไปเพราะไม่แน่ใจว่าตนเองอยากรู้จริงๆหรือเปล่า

 

"แล้ว ต้องทำยังไง...."แองเจโล่ถามอย่างระมัดระวัง

 

"ไม่ต้องรีบร้อน พ่อหนุ่ม...คืนนี้แหละ"คุฟฟ์พูด แองเจโล่มุ่ยคิ้วเข้าไม่ชอบให้ใครมาเรียกอย่างนั้นแต่สถานการณ์อย่างนี้ทนๆไปดีที่สุด

 

"....ทำไมถึงเลือกผมเป็นผู้ช่วย......" แองเจโล่เริ่มอีกครั้ง  "...มาสเตอร์..."รีบพูดเพิ่มเข้าไปอย่างรวดเร็ว คุฟฟ์หัวเราะกับความระมัดระวังของเด็กหนุ่ม เอาเถอะ ไม่บอกตอนนี้ ช้าเร็วก็ต้องถามอีกอยู่ดี

 

"...เธอเหมาะที่สุดแองเจโล่..." เด็กหนุ่มมองชายตรงหน้านิ่ง  "เธอสามารถทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ...เธอมีจิตใจที่เข้มแข็งและสามารถผ่านช่วงชีวิตที่เลวร้ายมาได้..." เสียงทุ้มหยุดไป ดวงตาสีชาดมองเด็กหนุ่มและหยุดนิ่ง "เธอเป็นคนที่ฉันเลือกจากเด็กทั้งโรงเรียนแองเจโล่...เธอคนเดียว" เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง หน้าขึ้นสีระเรื่อ

 

"...ถ้าคุณเลือกผิดล่ะ...มาสเตอร์?" เด็กหนุ่มไม่ลืมที่จะเติมท้ายความ คุฟฟ์ตัดสินใจว่าอีกหน่อยเดี๋ยวก็ชินจึงไม่ได้เค้นความอะไร  กับคำถามของเด็กหนุ่มเขายิ้มเย็นให้ ดวงตาสีแดงที่จ้องตรงมาประกายวูบ

 

"งั้นบอกลาพ่อกับแม่ได้เลย...หรือบางทีฉันอาจเผลอทำสารหนูหกใส่อาหารเพื่อนเธอก็ได้..แองเจโล่?" เด็กหนุ่มกลืน้ำลายเอื้อก

 

"อย่าเอาเพื่อนฉันมายุ่ง!!!"เด็กหนุ่มตวัดเสียงใส่ คุฟฟ์เลิกคิ้วขึ้น

 

"งั้นก็อย่าทำให้ฉันผิดหวังสิ พ่อหนุ่ม..."ว่าแล้วก็หันไป อ่านหนังสือที่วางไว้ต่อ

-------------------------------------------------------------

ช่วงบ่ายแองเจโล่ทนเบื่อด้วยการนั่งนิ่งๆ เด็กหนุ่มตกลงใจว่าจะไม่หาเรื่องใส่ตัว จนเย็นคุฟฟ์ฝึกกระบองอีกครั้งก่อนเรียกแองเจโล่ทานอาหารแล้วกลับห้องไปอาบน้ำ

 

"วันนี้มาลองฝึกการเป็นผู้ช่วยที่ดีกันเถอะนะ..."คุฟฟ์พูดเมื่อแองเจโล่เดินเข้ามายืนข้างๆตัว เขาก้มลงมองเด็กหนุ่มที่ทำหน้างงๆ  ตรงกลางห้องมีผ้าคลุมบางอย่างที่เป็นทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสไว้ ผ้าสีดำคลุมมิดชิดจนไม่รู้ว่าเป็นอะไร และอะไรอยู่ข้างใน

 

เมื่อลองเดินเฉียดเข้าไปใกล้เขาเหมือนได้ยินเสียงกันกระทบกันเบาๆและเสียงครางแผ่วๆ เด็กหนุ่มมองไปที่คุฟฟ์ อีกฝ่ายยิ้มและเดินนำไปอีกฝาก

 

บรรยากาศรอบห้องในตอนกลางคืนวังเวงมาก ถึงแม้จะมีคนอยู่ด้วยก็ตาม ความเย็นเข้าปะทะจากรอบด้าน ไม่นานแองเจโล่ก็ได้ยินเสียงเศษกระเบื้องแตก ดังกร๊อบ แกร๊บ จากข้างล่าง เสียงหายใจฟึดฟัดและเสียงขู่เบาๆ เขาหันไปมองคุฟฟ์ ที่เดินนำไปตรงช่องที่ถูกเจาะไว้

 

"มาสิ แองเจโล่..."คุฟฟ์ยื่นมาออกมาข้างหน้า เชื้อเชิญเด็กหนุ่มให้เข้าไป ขาเรียวก้าวไปอัตโนมัติทั้งที่เด็กหนุ่มอยากยืนอยู่กับที่แท้ๆ เมื่อเดินไปถึงเขายืนที่ใกล้ๆขอบ ดวงตาสีม่วงกระตุกเบิกโพลงด้วยความหวาดผวา พื้นข้างล่างเต็มไปด้วยกองเลือดแห้งกรัง เศษกระดูกสีขาวที่แตกหักและเศษเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเป็นชิ้นๆ กลิ่นเหม็นสาบปะทะจมูกทำให้เด็กหนุ่มก้าวถอยอย่างไม่รู้ตัว จนหลังชนกับอกกว้างของชายหนุ่ม แองเจโล่เงยหน้าขึ้นมองอย่างคลุ้มคลั่ง

 

เข้ากำลังจะตาย!

 

หมอนี่จะโยนเข้าลงไปให้ตัวอะไรกันแน่ๆ!!

 

เขาจะโดนโยนลงไปและปล่อยให้ตายแน่ๆ!!

 

"ใจเย็นพ่อหนุ่ม....ดูนั่น" คุฟฟ์พูดเสียงเรียบมือใหญ่จับไหล่สั่นเทิ้มของเด็กหนุ่มแน่น  ความกลัวของเด็กหนุ่มเพิ่มเป็นเท่าตัวเมื่อเห็นบางอย่างเดินเข้ามาในบริเวณที่แสงส่องถึง ลักษณะคล้ายหมาป่าแต่ตัวใหญ่กว่ามาก ขนหนาสีน้ำตาลดำยุ่งเหยิงทั้งตัว ดวงตาสีเงินสะท้อนกับแสงเมื่อมันมองขึ้นมาหาคุฟฟ์  มันคำรามเบาๆอย่างดีใจเมื่อเห็นนายมันกับ สิ่งที่อยู่ข้างหน้านายมัน...อาหาร....

 

มันพยายามทรงตัวโดยการยืนที่ขาหลังให้สูงขึ้น ไปถึงแองเจโล่ที่มันเข้าใจว่าเป็นอาหารเย็นของมันคืนนี้ เด็กหนุ่มถอยจนแทบจมเข้าไปในตัวร่างสูงคุฟฟ์ยึดไหล่บางแน่นแล้วหัวเราะเบาๆให้กับ ‘เจ้าหญิง' ของเขา

 

"ไม่ได้นะครับเจ้าหญิง...พี่คนนี้คืนคนที่จะหาอาหารมาให้ต่างหาก" มันทำเสียง กรร... ลอดผ่านฟันมาอย่างไม่พอใจ แล้วลงไปนั่งชันตัวเหมือนหมาบ้านเชื่องรออาหารจากนาย

 

"ค...คุ.....น......พ...พอ...."มันพยายามคำรามเป็นเสียงพยัญชนะ อย่างที่ถูกสอนมาตลอด ถ้าสำเร็จก็คืออาหารเย็น คุฟฟ์ยิ้มและหัวเราะเบาๆ แองเจโล่เงยหน้าขึ้นมองชายเสียสติคนนี้อย่างไม่เชื่อสายตาตน คนๆนี้กำลังสนุกกับการเลี้ยงอสูรกาย!!

 

"เจ้าหญิง...เก่งจังเลยครับ....วันนี้จะให้พี่แองเจโล่เค้าเตรียมอาหารเย็นให้นะครับ"เสียงโทนคุณพ่อแสนดีกลับมาอีกแล้ว นี่ทำให้เด็กหนุ่มสยองกว่าเสียงปกติที่หมอนี่ดุเขาในห้องเรียนเสียอีก ว่าแล้วทั้งสองก็ค่อยๆถอยออกจากปากหลุม มือบางยึดเสื้อคุฟฟ์แน่น ดวงตายังคงเบิกกว้าง

 

"ต่อไปสิถึงจะสนุก แองเจโล่..." ว่าแล้วก็กระตุกผ้าออก เผยให้เห็นกรงเหล็ก ข้างในมีหญิงสาวสองคนนั่งตัวสั่นอย่างบ้าคลั่งอยู่ เด็กหนุ่มแทบสิ้นสติหันไปมองคุฟฟ์อย่างไม่อยากจะเชื่ออะไรที่ตัวเองเห็นว่าเป็นเรื่องจริงอีกแล้ว

 

"เลือกสิ แองเจโล่....เธอชอบคนไหน?"คุฟฟ์พูดเสียงเรียบเหมือนบอกให้เขาเลือกเนื้อเลือกผักจาก ชั้นวางของในห้าง แองเจโล่ส่ายหัวแรงๆหลายที เข้าไม่ต้องการรู้ด้วยว่าต่อไปต้องทำอะไรอีก

 

"...ชั้นไม่ชอบพูดซ้ำ...เลือก!" ชายหนุ่มพูดเสียงขรึม แองเจโล่ส่ายหัวอีกครั้ง ชายหนุ่มถอนหายใจ สาวเท้าโฉบไปเปิดเมอนิตอร์แล้วหันหน้าจอมาทางแองเจโล่ เข่าเด็กหนุ่มหมดแรงแทบจะทันทีที่เห็นภาพในจอ พ่อกับแม่ที่กำลังหลับอยู่ที่บ้าน...ระเบิด! เด็กหนุ่มร้องออกมาเบาๆทรุดนั่งกับพื้น

 

"ยะ...อย่านะ!!"แองเจโล่ร้องห้ามคุฟฟ์ที่กำลังพิมพ์อะไรสักอย่างลงที่แป้นพิมพ์  ตัวสั่นเทิ้ม เขาไม่ต้องการให้พ่อกับแม่ตายแต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นตายด้วยเหมือนกัน

 

"ม่ะ...มาสเตอร์ ขอร้อง...อย่า...อย่าทำอย่างนี้...."คุฟฟ์เมินคำขอร้องของเด็กหนุ่ม ยังคงพิมพ์โค้ดต่อไป เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด.....หันหน้าไปทางที่สองสาวอยู่ พวกเธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน เด็กหนุ่มก็ได้แต่มองกลับอย่างช่วยไม่ได้ เขาหลับตาลง มือบางค่อยๆยกขึ้นชี้ไปที่ผู้หญิงคนด้านซ้าย

 

"...คะ....คนนั้น...."แองเจโล่พูดและกลั้นเสียงสะอื้นสุดชีวิตมือที่ชี้สั่นเทา เขาต้องไม่ร้องไห้ เด็กหนุ่มหลับตาสนิท จะร้องที่ไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ต่อหน้าหมอนี่ ได้ผลชายเสียสติคนนั้นหยุดพิมพ์ทันที เงยหน้าขึ้นมายิ้มอย่างพอใจให้เด็กหนุ่ม เขาผละออกจากคอมพิวเตอร์และตรงมาที่กรงเหล็ก

 

คุฟฟ์กระชากกรงเปิดและดึงหญิงสาวออกมา เธอร้องเสียงดังเมื่อกระแทกกับพื้น คุฟฟ์เหวี่ยงผ้าสีดำปิดกรงไว้เหมือนเดิม  เดินอ้อมไปที่แองเจโล่ เขาวางปืนพกลงที่มือเด็กหนุ่มกระซิบที่ข้างหู

 

"ฆ่าหล่อน..." ปืนแทบหล่นจากมือแองเจโล่ ดูเหมือนว่าเอ็นทุกเส้นในร่ายกายจะอ่อนไปหมดแล้ว "...มะ...ไม่...ไม่!!" เด็กหนุ่มส่ายหัวและถอยหลังหนี

 

"ชู่ว....ครอบครัวกับผู้หญิงที่ไม่รู้จัก...เธอจะเลือกใคร แองเจโล่...."มือใหญ่วางที่ไหล่บาง แองเจโล่หันไปมองมอนิเตอร์ที่ภาพพ่อกับแม่ของเขาฉายอยู่ แล้วกลับมาที่หญิงสาวที่กำลังอ้อนวอนเขาอยู่ตรงหน้า พ่อกับแม่จะตายเพราะเขาไม่ได้ จะปล่อยให้ทุกคนตายโดยที่เขายังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ จะมีใครทรมานเพราะเขาไม่ได้...แล้วผู้หญิงคนนี้ละ!!?

 

เธอกำลังจะตายเพราะเขาเลือกเธอขึ้นมา เธอกำลังจะตายเพราะเขา เธอตายเพราะความผิดของเขา ...ที่เธอต้องตายเป็นความผิดของเขา!!!!

 

แล้วความคิดวุ่นวายทุกอย่างก็หายไป ทุกอย่างว่างเปล่าเหมือนกระดาษ ดวงตาสีม่วงมองหญิงสาวที่กำลังอ้อนวอนตรงหน้าอย่างไร้จิตใจ มือบางยกปืนขึ้นช้าๆ เหนี่ยวไกโดยไม่คิด

 

เปรี้ยง!...

 

แล้วทุกอย่างก็เงียบไป....

 

ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจตัวเองเต้น  ภาพที่เธอนอนนิ่งจมกองเลือดตัวเองค่อย เรียกสติกลับมา เด็กหนุ่มทิ้งปืน มือบางทึ้งผมตัวเองแน่น ดวงตาเบิกกว้างน้ำตาไหลพรากอย่างน่าเวทนา แองเจโล่ตัวสั่นเทิ้มอย่างน่ากลัว ภาพเลวร้ายวัยเด็กปรากฏตรงหน้าอีกครา คราวนี้คนที่ฆ่า คือเขา

 

เด็กหนุ่มกรีดร้องเสียงดัง ถลาไปโอบร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวไว้ เขย่าเธออย่างบ้าคลั่ง ปากพึมพำว่า ‘ฟื้นสิ ฟื้นสิ!' ใจก็รู้ว่าสายไป....

ดวงตาสีม่วงประกายวาบด้วยโทสะ ตวัดมองชายหนุ่มที่ยืนมองอย่างภูมิใจ เขาทิ้งร่างลงที่พื้นถลาไปคว้าปืนที่ตกอยู่บนพื้น ยกขึ้นไปทางที่ชายหนุ่มอยู่

 

คุฟฟ์เบิกตากว้าง เพราะไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะกล้าหันปืนใส่ตน แต่แล้วความประหลาดใจก็แทนที่ด้วยรอยยิ้ม 

 

"ทำได้ดีมากเจ้าเด็กฝึกงาน....." คุฟฟ์พูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ พร้อมค่อยๆก้าวเข้ามา

 

"สารเลว!!!..."เด็กหนุ่มตวาดกลับ "แกบังคับให้ฉันฆ่าหล่อน!!!..."มือสั่นเทาแต่ปืนยังคงเล็งนิ่งที่เป้าหมายเดิม

 

"เธอไม่กล้าเหนี่ยวไกหรอก....แองเจโล่" คุฟฟ์พูดเสียงเรียบ

 

"ทำได้สิ!!!!....ฉันเพิ่งทำไปเมื่อกี้ไง!!"เด็กหนุ่มตะโกนด้วยโทสะ "...แล้วคราวนี้ฉันก็เต็มใจทำอย่างมากด้วย!!!" นิ้วเรียวออกแรงกด

 

คลิ้ก!...

 

คลิ้ก!

คลิ้ก!

 

เด็กหนุ่มหนาวสันหลังวาบ ...เมื่อเห็นดวงตาสีแดงทอประกายรอยยิ้มแสยะประดับหน้า มือใหญ่จับที่กระบอกปืนแล้วค่อยๆดึงมันออก ทิ้งลงที่พื้นอย่างไม่แยแส ปีศาจก้มลงมากระซิบ

 

"...บอกแล้วว่าเธอทำไม่ได้.....แองเจโล่" คุฟฟ์หัวเราะในลำคอ ถอยห่างออกมาเล็กน้อยเงื้อมหมัดฟาดเข้าไปเต็มแรงที่หน้าของเด็กหนุ่ม แองเจโล่ปลิวตามแรงปะทะไปกระแทกกับกรงที่คลุมด้วยผ้าดำแล้ว เขาได้ยินเสียงผู้หญิงที่อยู่ข้างในร้องด้วยความกลัวและตกใจ

 

คุฟฟ์เดินไปคว้าแขนศพของผู้หญิงคนนั้นแล้วเหวี่ยงมันลงไปในช่อง เมื่อร่างกระทบพื้น เสียงกระดูกหักก็ดังขึ้น คงเพราะเจ้าอสูรกายนั่นขย้ำเธออยู่เป็นแน่ เสียงของกล้ามเนื้อฉีกขาดและเสียงกระดูกแตกเป็นระยะๆ ทำลายความเงียบของห้อง แองเจโล่มองคุฟฟ์ด้วยความหวาดกลัว เข้าไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะถูกทรมานแต่กลัวเพราะสิ่งที่ทำเมื่อครู่...

 

"มาสเตอร์.....มาส..." เมื่อเข้าไปใกล้คุฟฟ์ก็เตะเข้าไปที่ข้างตัวของเด็กหนุ่ม สายตามองลงมาเย็นชา

 

"...ไม่ต้องมาประจบ ไอ้เด็กเหลือขอ!" คุฟฟ์ยืนประจันหน้าเด็กหนุ่มตัวสั่นระริก มือล้วงกระเป๋า หยิบโทรศัพท์อกมากดๆสองสามที จากนั้นเสียง ระเบิดดังสนั่น มาจากทิศที่มอนิเตอร์อยู่ สภาพห้องที่อยู่ในจอหายไปทันที ฝุ่น ควันคลุ้มเต็มจอ ไม่มีทางที่คนในนั้นจะรอดชีวิตได้เลย

 

จิตใจของเด็กหนุ่มพังครืนลงมาพร้อมกับห้องที่ระเบิดไม่เหลือชิ้นดี ครอบครัวที่เขารักยิ่ง ครอบครัวที่สอง โอกาสที่สองที่เขาได้มา จบลงแล้ว....

 

ทุกคนตายเขาต้องอยู่ต่ออีกแล้ว ...ทำไม ทำไม ทำไม....น้ำตาที่คิดว่าไม่น่าจะมีเหลือแล้วไหลอาบใบหน้าอีกครั้ง  ตอนนี้ชีวิตของเขาว่างเปล่าแล้ว...

 

ชีวิตที่ว่างเปล่านี้....เขามองขึ้นไปที่คุฟฟ์ เอาสิ อยากทำอะไรก็ทำเลย แกทำลายไปหมดแล้วนี่ ฉันไม่สนแล้ว่าแกจะทำอะไรต่อไป เชิญทำลายเสียให้สาแก่ใจแก...ไอ้เดนนรก

 

คุฟฟ์มองเด็กหนุ่มที่มองที่เขา ดวงตาจ้องมอง ว่างเปล่า ตอนนี้เขาทำลายความตั้งใจของเด็กหนุ่มสำเร็จแล้ว คุฟฟ์หัวเราะเบาๆกับผลงานของตน

 

เขาไม่ใช่ศิลปินมือหนึ่งที่จะสร้างผลงานชิ้นเอกออกมาได้อย่างที่หวัง แต่แองเจโล่จะเป็นผลงานชิ้นเอกของเขาอย่างเต็มตัวอีกไม่นาน ต้องหลังจากที่เขาทำลายจิตวิญญาณที่เหลืออยู่นั้นก่อน ต้องหลังจากที่เด็กหนุ่มยอมรับเขาเป็นนายจริงๆเสียก่อน เมื่อนั้นแหละเขาก็จะสร้างสิ่งที่สวยงามที่สุดออกมาได้

 

"...แองเจโล่ แองเจโล่...เธอจำได้ใช่ไหมว่าทำอะไรลงไปบ้าง แล้วก็รู้ใช่ไหมว่าจะต้องโดนลงโทษอะไรบ้าง....." คุฟฟ์พูดเสียงเรียบ แต่ตายิ้มอยู่อย่างน่ากลัว เพราะสิ่งที่อยู่ในหัวหมอนี่ช่างร้ายกาจนัก

 

"Yes....,Master."เด็กหนุ่มพูดเสียงลอย จิตใจแตกสลาย ทำไมคนเราถึงได้โหดร้ายนักนะ....

 

"...หึหึหึ...เด็กดี" คุฟฟ์พูดและฟาดเข็มขัดหนังที่เขาถอดเมื่อครู่ลงกลางหลังเด็กหนุ่ม แองเจโล่กรีดร้องอย่างทรมาน เสียงหนังแหวกอากาศสู่หลังของเด็กหนุ่มดังมาก่อนสิบนาทีแล้ว ทุกครั้งที่เจ้าปีศาจซาดิสม์นี่ฟาดจะไม่มีการออมแรงซักครั้ง

 

ต่อจากการเฆี่ยนก็เป็นการซ้อมอย่างหนัก คล้ายกับเวลาที่เด็กหนุ่มโมโหก็จะไประบายลงกับต้นไม้โชคร้ายที่ยืนต้นตายใกล้ๆบริเวณบ้าน หักกิ่ง หักก้าน เสียงของไม้ที่แตกหักดังอยู่ในหู แต่ในกรณีนี้ ‘แองเจโล่' คือต้นไม้ คุฟฟ์หัวเราะอย่างโหดร้ายเมื่อได้ยินเสียงกระดูกของเด็กหนุ่มลั่นประท้วง ดวงตาสีเลือดมองเด็กหนุ่มที่นอนตะแคงนิ่งอยู่ที่พื้น เนื้อตัวเปื้อนไปด้วยเลือด ทั้งของตัวเองและเหยื่อผู้โชคร้ายเมื่อครู่ รอยกระเซ็น รอยลาก และรอยสาด ของเลือดกระจายอยู่เต็มพื้น สวยงามอย่างที่สุดเมื่อองค์ประกอบทุกอย่างมีเด็กหนุ่มรวมเข้าไปด้วย ผิวขาวซีดที่ขึ้นสีด้วยรอยพกช้ำและรอยตัด รอยกรีด จากของมีคม

 

ร่างบางนอนสั่นด้วยความทรมาน ความคิดว่างเปล่า เพียงแค่รอปีศาจมาจบชีวิตแสนอัปยศของตนเท่านั้น  รอ....การสิ้นสุดของความเจ็บปวด เด็กหนุ่มหลับตาสีม่วงลงอย่างอ่อนล้า จนรู้สึกว่าร่างตนเองถูกพลิกให้นอนหงายด้วยการเตะที่ชายโครง รู้สึกได้เลยทันทีว่า กระดูกซี่โครงมันถอดใจหักไปหลายซี่แล้ว ที่เหลือก็เพียงว่าหมอนี่จะขยันพอมานั่งหักมันทุกซี่ไหม

 

"...มันยังไม่จบง่ายๆ พ่อนกน้อย...." คุฟฟ์หยิบมีดพกออกจากกระเป๋ากางเกง ร่างสูงย่อตัวลงมา เข่าคร่อมระนาบสะโพกของเด็กหนุ่ม แองเจโล่เบิกตากว้าง ดิ้นรนอย่างไร้ทางสู้ มือบางยกวูบขึ้นมาจับแขนเสื้อปีศาจ มันแสยะฉวยมือบางยกไปตรึงไใที่พื้นข้างๆศีรษะแองเจโล่ รอยยิ้มกระตุกวูบ ก่อนที่แองเจโล่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 

ใบมีดคมก็ถูกปักลงไปกลางฝ่ามือซีด เด็กหนุ่มกรีดร้องสุดเสียง ถึงแม้เสียงที่ออกมามันจะแหบพร่าและแตก  ความเจ็บปวดใหม่ที่ถูกยัดเยียดเข้ามาแล่นผ่านทั่วร่างกาย

 

เจ็บปวด เจ็บปวด หายไป.... วันต่อไปมันก็กลับมาอีก

 

โลกที่เคยมีแค่สีขาวและดำ บัดนี้ทุกอย่างเป็นสีเทา ไม่มีดีชั่ว ถูกผิด หรือแม้แต่ดีใจหรือเสียใจ ทุกอย่างดูเหมือนๆกันไปหมด

ร่างบางสั่นเทาอย่างน่ากลัว คุฟฟ์มองลงมาอย่างขบขัน นี่มันสนุกกว่าที่เขาคาดไว้ เจ้านกป่าตัวนี้ยังไม่ได้หักปีกก็ยังสนุกถึงเพียงนี้  เขาอยากได้ยินเสียงอีก เขาอยากให้เด็กหนุ่มกรีดเสียงอีก ชายหนุ่มหัวเราะและฟังเสียงสั่นครือของเด็กหนุ่มข้างใต้ตนเมื่อ เขาออกแรงกดมีดจมลงไปในเนื้อนุ่มนั้นอีก ทุกส่วนในร่างของเด็กหนุ่มไม่มีส่วนไหนที่ไม่เจ็บ เจ็บจนชา....

 

เมื่อเสียงร้องจางลง คุฟฟ์สังเกตุเห็นว่าเด็กหนุ่มทำท่าจะหมดสติก็แสยะอีกครั้ง เด็กหนุ่มดูท่าจะยินดีเข้าสู่โลกส่วนตัวโดยไม่ยอมให้เขาตามไปได้อยู่ทุกขณะแล้ว เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา

 

"....เมื่อครู่เป็นแค่ภาพเสมือนจริงที่ฉันลองทดสอบดูเท่านั้นแองเจโล่.....ทั้งหมดเพื่อที่เธอจะได้รู้ว่า...." เด็กหนุ่มหลับตาสนิท "...เธอเป็นของฉัน..." น้ำตาไหลลากผ่านลงมาที่แก้ม คุฟฟ์ปาดมันออกอย่างเบามือ มองเด็กหนุ่มที่หลุดจากโลกความเป็นจริงที่โหดร้าย

 

ไม่มีทางหนีไปจากฉันได้หรอก พ่อนกน้อย....เธอจะไม่มีวันอยู่เพียงลำพัง ฉันจะอยู่ในเงามืดของจิตใจเธอตลอดเวลา.....จะคอยกระซิบอยู่ในเงามืดรอบตัวเธอ เสียงกระซิบจากปีศาจที่จะไม่มีทางหายไปตลอดกาล...

 

To Be Continued......

------------------------*-------------------------

ฟังไปแต่งฟิคไป เหอๆ เข้ามากๆฮร่ะ! แนะนำให้ ฟังเสีย เหอๆ

Lyric!

Whisper in the dark : Skillet

Despite the lies that you're making
Your love is mine for the taking
My love is
Just waiting
To turn your tears to roses

I will be the one that's gonna hold you
I will be the one that you run to
My love is
A burning, consuming fire

[Chorus:]
No
You'll never be alone
When darkness comes I'll light the night with stars
Hear my whispers in the dark
No
You'll never be alone
When darkness comes you know I'm never far
Hear my whispers in the dark

You feel so lonely and ragged
You lay here broken and naked
My love is
Just waiting
To clothe you in crimson roses

I will be the one that's gonna find you
I will be the one that's gonna guide you
My love is
A burning, consuming fire
---------------------------------

*Tags ทั้งหลายที่รับมา*

ทั้ง Tag การ์ตูนที่ชอบ จาก Daiong

Tag ออริจินอล ที่ได้มาแบบ Double จาก Kanaa และ LinE

และ Tag อื่นๆอีก 2-3 Tag จะขอแปะไว้รวบยอดเอนทรี่หน้านะคร้าบบบ  -"-///

 

UnTiL We MeeT AgAin !!

edit @ 4 Jan 2008 18:52:30 by LuCiFelLo" KuFF